นิตยสารผู้จัดการ (มิถุนายน 2544)

Premier League 2000/2001

การแข่งขันฟุตบอล Premier League ประจำฤดูปี 2000/2001 สิ้นสุดลงในเดือนพฤษภาคม 2544 Manchester United ยังคง สามารถรักษาแชมป์ไว้ได้ โดยที่สโมสร Bradford, Coventry City และ Manchester City ร่วงหล่นไปสู่ดิวิชั่นหนึ่ง ในขณะที่ Liverpool สามารถกวาดแชมป์ฟุตบอลถ้วย ทั้ง League Cup, F.A.Cup และ UEFA Cup พร้อมทั้งควบ เข้าสู่อันดับสาม ตามหลัง Manchester United และ Arsenal ซึ่งมีสิทธิ์ในการแข่งขัน Champion League ในฤดูการแข่งขัน 2544/2545

นับตั้งแต่การปรับโครงสร้างการแข่งขัน ฟุตบอลในประเทศอังกฤษด้วยการสถาปนา Premier League ในฤดูการแข่งขัน 2534/2535 เป็นต้นมา Premier League เจริญรุ่งเรืองตาม ลำดับ ทั้งนี้เป็นผลจากความงอกงามของรายได้ จากการโฆษณา และรายได้จากการขายสิทธิใน การถ่ายทอดโทรทัศน์

การแข่งขันฟุตบอล Premier League ในประเทศอังกฤษ รู้จักกันในชื่อ Carling Premiership นับตั้งแต่ฤดูการแข่งขัน 2534/2535 เป็นต้นมา Carling เป็นยี่ห้อเบียร์ ซึ่งผลิตโดย BASS PLC แห่งประเทศอังกฤษ BASS เป็นยักษ์ ใหญ่ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ผลิตทั้งเครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์ ทั้งยังประกอบธุรกิจโรงแรม และการท่องเที่ยวอีก ด้วย BASS เป็นเจ้าของเครือข่าย Holiday Inn Worldwide

ในปี 2540 BASS PLC จ่ายค่าโฆษณาจำนวน 27 ล้านปอนด์สเตอร์ลิงแก่ Premier League เพื่อให้ใช้ชื่อ Carling Premiership สัญญาการโฆษณาดังกล่าวนี้สิ้นสุดลงเมื่อสิ้นสุด ฤดูการแข่งขัน 2543/2544 Premier League ลังเลใจที่จะต่อสัญญาให้ BASS PLC ส่วนหนึ่ง เป็นเพราะ Carling เป็นเบียร์ที่ดื่มกันภายในสหราชอาณาจักร มิได้มีฐานะเป็น Global Brand สมาชิก Premier League จำนวนไม่น้อย มีความเห็นว่า หากได้ Global Brand มา เป็นสปอนเซอร์ รายได้จากการโฆษณาจะเพิ่มขึ้นอีกมาก นอกจากนี้ ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ กันว่า การใช้ชื่อ Carling Premiership มีผลเสียต่อเยาวชนที่ชอบกีฬาฟุตบอล เพราะ Carling เป็นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อาจมีผล กระตุ้นให้เยาวชนดื่มเบียร์ก่อนวัยอันควร อันเป็นวิวาทะที่รู้จักในหัวข้อ "Lager and Lads"

การที่ Premier League ต้องการค่าโฆษณาระดับ 60 ล้านปอนด์สเตอร์ลิงขึ้นไป ประกอบกับการแสดงอาการลังเลที่จะต่อสัญญา ทำให้ BASS PLC ประกาศถอนตัวจากการเจรจาในเดือนมกราคม 2544 (Financial Times, January 19, 2001) พลันที่ Carling Premiership สิ้นชีพ ยักษ์ใหญ่เจ้าของ Global Brand ต่างเผยโฉมที่จะเจรจากับ Premier League ทั้ง Budweiser, Pepsi และ Coca Cola แต่แล้วก็ต้องล่าถอย ทั้ง Budweiser และ Pepsi (Financial Times, February 14, 2001)

อย่างไรก็ตาม Premier League คงหา สปอนเซอร์กระเป๋าหนักได้ไม่ยากนัก ยักษ์ใหญ่ ในธุรกิจรองเท้าอาจเป็นเป้าที่ Premier League หมายตา นับตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา Reebox กับ Nike แข่งขันกันชนิดเอาเป็นเอาตายในการ แย่งตลาดฟุตบอลในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Major Soccer League ในขณะที่ Adidas-Salomon พยายามยึดครองตลาดยุโรป อย่างเหนียวแน่น ในปี 2543 Adidas-Salomon ทำสัญญากับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศฝรั่ง เศส เพื่อมีเอกสิทธิ์ในการจำหน่ายอุปกรณ์กีฬา ฟุตบอลแก่สโมสรฟุตบอลในดิวิชั่นหนึ่ง แต่ เพียงผู้เดียว เมื่อมีผู้ร้องต่อศาล Adidas-Salo-mon ถูกพิพากษาให้เสียค่าปรับ 2.4 ล้านยูโร (ประมาณ 1.5 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง) ในฐานที่มีประพฤติกรรมรวบอำนาจผูกขาดตัดตอน (Finan- cial Times, January 2, 2001)

Premier League มิได้มีรายได้จาก สปอนเซอร์หรือค่าโฆษณาเท่านั้น หากยังมีรายได้จากการขายสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์อีกด้วย ในสหราชอาณาจักร สิทธิการถ่ายทอด การแข่งขัน Premier League ตกเป็นของ BSkyB (=British Sky Broadcasting Corp) ส่วนนอกสหราชอาณาจักร ตกเป็นสิทธิของ Transworld International ร่วมกับ Canal Plus (บริษัทลูกของ Vivendi Universal แห่งฝรั่งเศส ขายบริการ Pay-TV) ในปี 2541 บริษัททั้งสอง จ่ายค่าสิทธิการถ่ายทอดการแข่งขัน Premier League นอกสหราชอาณาจักรร่วมกัน 100 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง จำนวนประเทศที่ถ่ายทอด การแข่งขันเพิ่มจาก 27 ประเทศ ในปี 2534 เป็น 127 ประเทศ ในปี 2544 กระบวนการโลกานุวัตรของการแข่งขัน Premier League ทำให้รายได้จากการขายสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์เติบโตในการเจรจาทำสัญญาฉบับใหม่ กลุ่มบริษัทที่เข้าร่วมทำสัญญา นอกจากจะประกอบด้วย Transworld International และ Canal Plus แล้ว Fox Television แห่งสหรัฐ อเมริกากระโดดเข้าร่วมเป็นคู่สัญญาด้วย โดยที่ รูเพิร์ต เมอร์ด็อก (Rupert Murdoch) เป็นเจ้าของทั้ง Fox Television และ BSkyB การที่ Fox กระโดดเข้าร่วมเป็นคู่สัญญาย่อมมีนัยสำคัญว่า Premier League กำลังคืบคลานเข้า สู่สหรัฐอเมริกาและอเมริกาเหนือ อันสะท้อนให้เห็นความนิยมกีฬาฟุตบอลที่มีมากขึ้นในภูมิภาคดังกล่าว

Premier League ยังหวังที่จะมีรายได้ จากการขายสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์สำหรับบริการ Pay-per-View ผู้ที่ได้รับสิทธิดังกล่าวนี้ มีสิทธิที่จะถ่ายทอดการแข่งขันปีละ 40 นัด โดยมีรายได้จากการเก็บค่าชมจากคนดูเป็นราย นัด เดิมทีบริษัท NTL ซึ่งเป็นบริษัท Cable TV ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร เสนอซื้อสิทธิดังกล่าวนี้ในราคา 328 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง แต่แล้วกลับถอนตัว ซึ่งสร้างความผิดหวังแก่ Premier League อย่างยิ่ง

ความงอกงามแห่งรายได้ของ Premier League ส่งผลต่อรายได้ของสโมสรฟุตบอลภาย ใน League ด้วย เมื่อ Premier League มีรายได้เพิ่มขึ้น จำต้องแบ่งปันรายได้แก่สโมสรในเครือข่ายเพิ่มขึ้นในระดับที่น่าพอใจด้วย มิฉะนั้นสโมสรชั้นนำอาจ "แตกแถว" อันอาจนำมาซึ่งความล่มสลายของ Premier League ได้ ในปัจจุบันมีความเคลื่อนไหวในหมู่สโมสรชั้นนำในประเทศ "มหาอำนาจด้านฟุตบอล" ในยุโรป ที่จะแยกตัวมาจัดตั้ง European Super League สโมสรฟุตบอลในกลุ่มนี้รู้จักกันในนาม G-14 อันประกอบด้วยสโมสรฟุตบอลยักษ์ใหญ่ จำนวน 14 สโมสรจากอิตาลี สเปน ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร หากการจัดตั้ง European Super League สำเร็จลุล่วง Premier League ก็จะซบเซาและ ตกต่ำโดยมิพักต้องสงสัย

ความรุ่งเรืองทางธุรกิจของ premier League ทำให้บรรดาสโมสรฟุตบอลต้องพยายามหาที่ยืนใน Premier League เพราะการร่วงหล่นจาก Premier League หมายถึงการสูญเสียรายได้อย่างสำคัญ ซึ่งมีนัยรวมถึงการสูญเสียดารานักฟุตบอลชั้นนำ และสูญเสีย โอกาสในการพัฒนาสโมสรด้วย แต่การหาที่ยืน ใน Premier League นั้นไม่เพียงพอ หากแต่ต้องยืนในอันดับต้นๆ ด้วย การเป็นจ่าฝูงของ Premier League มีผลต่อการเพิ่มพูนรายได้ของสโมสรอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการแข่งขัน UEFA Champion League หากยืนอยู่ ในอันดับรองจากจ่าฝูง ก็ยังมีโอกาสหารายได้จากการแข่งขัน UEFA Cup

การพลาดโอกาสในการเข้าแข่งขัน UEFA Champion League หรือแม้แต่ UEFA Cup หมายถึงการสูญเสียโอกาสในการหารายได้อย่างสำคัญ ด้วยเหตุดังนั้น เมื่อเข้าสู่ปลายฤดูการแข่งขันความเข้มข้นในการแข่งขันยิ่งทบ ทวี มิเฉพาะแต่ Premier League แห่งอังกฤษ หากยังรวมถึง Calcio Serie A แห่งอิตาลี Premier Liga แห่งสเปน Bundesliga แห่งเยอรมนี และ First Division แห่งฝรั่งเศสอีกด้วย

สโมสรฟุตบอลระดับจ่าฝูง เมื่อสามารถ หารายได้ได้มากย่อมอยู่ในฐานะที่จะซื้อดารานักฟุตบอลระดับโลก (World Class) ได้มาก รวมทั้งมีโอกาสในการพัฒนาสโมสรด้วย ความ แตกต่างระหว่างสโมสรระดับจ่าฝูงกับสโมสรระดับปลายแถวเพิ่มขึ้นเป็นทวีตรีคูณ ในทุกฤดู การแข่งขัน สโมสรระดับปลายแถวต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น ในขณะที่สโมสรระดับจ่าฝูงต่างเร่งเครื่องเพื่อธำรงตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป

ณ บัดนี้ Premier League มีสถานะเป็น Global Brand ชนเกือบทุกชั้นในเกือบทุก ประเทศ (อย่างน้อย 127 ประเทศ) ล้วนรู้จัก Premier League ทั้งนี้เป็นผลจากกระบวนการ โทรทัศนานุวัตร การแข่งขันฟุตบอลเป็นบริการ สันทนาการที่มีผู้บริโภคต้องการทั่วโลก การเติบ โตของการแข่งขันฟุตบอลในฐานะบริการสันทนาการระหว่างประเทศ ย่อมมีผลกระทบต่อกลุ่มทุนวัฒนธรรม (Cultural Capital) โดยที่การแข่งขันฟุตบอลเป็น "สินค้าวัฒนธรรม" (Cul-tural Product) การเพิ่มขึ้นของความต้องการในการบริโภคย่อมกระทบต่อหน่วยผลิต ทั้ง Premier League ในฐานะผู้จัดการแข่งขัน และสโมสรฟุตบอลผู้ผลิตการแข่งขัน แต่กลุ่มทุนวัฒนธรรมในกรณีของฟุตบอลมิได้ประกอบ ด้วย Premier League (รวมทั้งองค์กรที่ทำหน้าที่จัดการแข่งขันฟุตบอลในประเทศอื่นๆ) และสโมสรฟุตบอลเท่านั้น หากยังรวมถึงหน่วย ผลิต ผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาฟุตบอลและเครื่องแต่ง กายนักฟุตบอล ธุรกิจโทรทัศน์ ธุรกิจการโฆษณา และอื่นๆ อีกด้วย

กระบวนการโลกานุวัตรของ Premier League ยังไม่จบสิ้น เพราะยังสามารถขยายตัว ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา การที่ Fox Television เข้าร่วมในกลุ่ม Consortium ที่ซื้อสิทธิการถ่ายทอดการแข่งขัน Premier League นอกสหราชอาณาจักร บ่งบอกทิศทางของกระบวนการโลกานุวัตรของ Premier League ดังกล่าวนี้


© 2001 Manager Media Group Public Company.
All Rights Reserved.