สงครามสารสนเทศ บทเรียนจากกรณีโรคระบาดไก่ เมื่อโรคอหิวาต์ไก่ตามนิยามของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับกลายเป็นโรคไข้หวัดนกตามพื้นฐานที่เป็นจริง รัฐบาลทักษิณสะดุดขาตนเองล้มชนิดสมใจพรรคประชาธิปัตย์ ประชาสังคมไทยได้รับบทเรียนอะไรบ้างจากการระบาดของโรคไข้หวัดนกครั้งนี้? ความไม่สมบูรณ์ของสารสนเทศเป็นสัจธรรมของสังคมมนุษย์ ไม่มีรัฐบาลใดในมนุษยพิภพที่บริหารประเทศโดยที่มีสารสนเทศที่สมบูรณ์ หากผู้นำประเทศใดเปล่งอหังการพจน์ว่า "ผมรู้หมดแล้ว" หรือรัฐบาลประเทศใดโอ้อวดว่า "รัฐบาลรู้หมดแล้ว" พจนะเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นมุสาวาทะ เพราะไม่มีมนุษย์คนใดหรือรัฐบาลใดรอบรู้ได้มากเช่นนั้น ในเมื่อสังคมมนุษย์หรือตลาดในสังคมมนุษย์มีโครงสร้างและธรรมชาติ อันทำให้สารสนเทศมีความไม่สมบูรณ์โดยพื้นฐาน ในเมื่อความไม่สมบูรณ์ของสารสนเทศเป็นสัจธรรมของสังคมมนุษย์ การบริหารประเทศย่อมดำเนินไปภายใต้ความไม่สมบูรณ์ของสารสนเทศด้วย หากผู้นำประเทศมีมิจฉาทิฐิว่า "ผมรู้หมดแล้ว" หรือ "รัฐบาลรู้หมดแล้ว" ย่อมก่อให้เกิดความประมาท ไม่สนใจแสวงหาสารสนเทศและความรู้เพิ่มเติม และอาจไปไกลถึงกับไม่ยอมรับสารสนเทศหรือความรู้ต่างไปจากชุดที่ตนมี โดยมิได้ไต่สวนว่า สารสนเทศและความรู้ชุดใดถูกต้อง ชุดใดไม่ถูกต้อง เมื่อถึงขั้นนั้น การบริหารประเทศย่อมเป็นไปอย่างสุ่มเสี่ยง อันอาจนำหายนภัยมาสู่สังคมได้โดยง่าย ผู้นำที่ไร้มิจฉาทิฐิและอ่อนน้อมถ่อมตน ย่อมต้องยอมรับว่า "ผมรู้ไม่หมด" และ "รัฐบาลรู้ไม่หมด" สารสนเทศและความรู้ที่มีอยู่อาจผิดได้ พร้อมทั้งร้องขอสารสนเทศและความรู้จากประชาชนหากการณ์เป็นเช่นนี้ การแลกเปลี่ยนสารสนเทศและความรู้ย่อมเป็นไปโดยเสรี กระแสการเคลื่อนย้ายสารสนเทศและความรู้ระหว่างรัฐกับประชาชนย่อมลื่นไหล อันเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อกระบวนการกำหนดและบริหารนโยบาย การต่อสู้สำคัญในกรณีโรคระบาดไก่ นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2546 เป็นต้นมา ก็คือ การทำสงครามสารสนเทศ รัฐบาลยึดมั่นถือมั่นว่า สารสนเทศและความรู้ชุดที่มีอยู่เป็นชุดที่ถูกต้อง และไม่ยอมรับสารสนเทศและความรู้ชุดอื่น ในขณะที่ประชาสังคมมีข้อกังขาเกี่ยวกับสารสนเทศและความรู้ของรัฐบาล โดยที่ข้อกังขาเพิ่มขึ้นตามเวลาและแล้วสารสนเทศและความรู้ชุดของรัฐบาลก็สิ้นความน่าเชื่อถือ เมื่อเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า โรคไข้หวัดนกระบาดสู่มนุษย์ที่เป็นคนไทยแล้ว นายกรัฐมนตรียอมรับในเวลาต่อมาว่า รัฐบาลเองก็กริ่งเกรงเรื่องไข้หวัดนก แต่ที่มิได้ออกประกาศก็เพราะยังไม่มีผลพิสูจน์ที่ชัดเจน อีกทั้งอาจสร้างความตื่นตระหนกในสังคมเกินกว่าที่ควร กระนั้นก็ตาม ประชาสังคมไทยอดตั้งข้อกังขามิได้ว่า รัฐบาลจงใจปกปิดความจริงหรือไม่ และจงใจไม่เปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมดหรือไม่ ในขณะที่รัฐบาลไม่แน่ใจว่า โรคระบาดไก่เป็นไข้หวัดนกหรือไม่ รัฐบาลกลับกำหนดจุดยืนในการประชาสัมพันธ์ว่า โรคระบาดไก่มิใช่ไข้หวัดนก มีการแสดงจำอวดให้คณะรัฐมนตรีกินไก่ให้ประชาชนดู ทั้งๆ ที่การแสดงจำอวดเช่นนั้นมิอาจพิสูจน์ได้ว่า โรคระบาดไก่เป็นไข้หวัดนกหรือไม่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นผู้นำการแสดงจำอวดกินไก่ให้ประชาชนดู พยายามดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้ประชาชนยอมรับสารสนเทศและความรู้ของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในข้อที่ว่า โรคระบาดไก่ที่กำลังเกิดขึ้นมิใช่ไข้หวัดนก และโรคระบาดดังกล่าวไม่ร้ายแรง มีการระดมสรรพกำลังในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมปศุสัตว์ ในการอัดฉีดสารสนเทศว่า ไม่มีไข้หวัดนกระบาด พร้อมกันนั้นก็ประกาศดำเนินคดีกับผู้ที่เสนอตัวเลขจำนวนไก่ที่ตายด้วยโรคระบาดเกินกว่าจำนวนที่รัฐบาลยอมรับได้ บัดนี้ BBC รายงานข่าวว่า นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2546 เป็นต้นมา ไก่ในเมืองไทยตายไปแล้ว 11 ล้านตัว (ดูรายงานข่าว "Mapping the Bird Flu Outbreak", BBC News, January 27,2004) สูงกว่าตัวเลขประมาณการของบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เกือบสองเท่า เหตุใดรัฐบาลจึงพยายามดำเนินการให้ประชาชนเชื่อว่า โรคระบาดไก่ที่กำลังเกิดขึ้นมิใช่ไข้หวัดนก และยังไม่มีสถานะร้ายแรง ทั้งๆ ที่รัฐบาลเองก็ยังไม่แน่ใจ? รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลุดปากเรื่องความเสียหายที่เกิดแก่ภาคการส่งออก จนประชาสังคมไทยอดตั้งคำถามมิได้ว่า สวัสดิภาพของราษฎรไทยหลุดออกไปจากกระบวนการตัดสินใจของรัฐบาลได้อย่างไร กลุ่มธุรกิจส่งออกไก่และผลิตภัณฑ์ไก่ใช่หรือไม่ที่อยู่เบื้องหลังความพยายามของรัฐบาลในการ "ล้างสมอง" ประชาชนว่า โรคระบาดไก่ที่กำลังเกิดขึ้นมิใช่ไข้หวัดนก และโรคระบาดนี้ยังไม่ร้ายแรง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปไกลถึงกับตั้งคำถามว่า บรรดาผู้ที่ไม่ยอมรับสารสนเทศและความรู้ชุดที่รัฐบาลจงใจเผยแพร่เป็นคนไทยหรือไม่ สงครามสารสนเทศขยายไปสู่การป้ายสี ประชาชนที่ไม่เชื่อฟังและไม่อยู่ในโอวาทรัฐบาลว่าไม่เป็นคนไทย ภายใต้สภาวการณ์ดังที่พรรณนาข้างต้น ประชาชนที่มีสารสนเทศและความรู้ต่างจากชุดของรัฐบาล ย่อมขยาดที่จะโต้แย้งรัฐบาล เพราะนอกจากจะถูกตีตราว่าไม่เชื่อฟังและไม่อยู่ในโอวาทรัฐบาลแล้ว ยังอาจถูกกล่าวหาว่ามิใช่คนไทยได้อีกด้วย กระนั้นก็ตาม ยังมีคนไทยที่หาญกล้าออกมาทัดทานรัฐบาล อย่างน้อยมีปรมาจารย์ทางสัตวแพทยศาสตร์ที่ออกอากาศทางสถานีวิทยุจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอการวิเคราะห์เพื่อชี้ให้เห็นว่า โรคระบาดไก่ที่กำลังเกิดขึ้นเป็นไข้หวัดนก มิพักต้องกล่าวถึงวุฒิสมาชิกอีกอย่างน้อย 2 ท่าน ที่พยายามเปิดหูเปิดตาประชาชน ภายใต้สารสนเทศที่ไม่สมบูรณ์ รัฐบาลมีทางเลือกที่จะบอกกล่าวประชาชนว่า โรคระบาดไก่ที่กำลังเกิดขึ้นอาจเป็นไข้หวัดนกหรือไม่ก็ได้ ขออย่าให้ประชาชนตื่นตระหนก และขอให้ประชาชนรายงานให้รัฐบาลทราบว่า เกิดโรคระบาดไก่แห่งหนตำบลใด เพื่อที่รัฐบาลจะได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่ประชาชนในยามที่เผชิญกับโรคไข้หวัดนก เพื่อมิให้โรคไข้หวัดนกระบาดสู่มนุษย์ ทางเลือกเช่นว่านี้ต้องนับเป็น First-Best Policy แทนที่รัฐบาลจะเลือก First-Best Policy กลับเลือก Last-Best Policy ทั้งๆ ที่มี CEOs นั่งในคณะรัฐมนตรี จนแม้แต่ ฯพณฯสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีผู้ได้รับมอบหมายให้แก้ปัญหานี้ ยังออกอาการหงุดหงิด เพราะผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบระดับรัฐมนตรีมิได้บริหารนโยบายเยี่ยง CEOs การเลือกดำเนินนโยบาย โดยมีข้อสมมติว่า โรคระบาดไก่ที่กำลังเกิดขึ้นมิใช่ไข้หวัดนก และมิใช่โรคระบาดที่ร้ายแรง ซึ่งบัดนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าเป็นข้อสมมติที่ผิด ยังผลให้ราษฎรไทยล้มตายโดยไม่สมควร หากประชาชนคนไทยได้รับการเตือนภัยจากรัฐบาล การล้มตายด้วยโรคไข้หวัดนกน่าจะหลีกเลี่ยงได้ บัดนี้ราษฎรไทยมีสิทธิถามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ท่านเป็นคนไทยหรือไม่ที่ปล่อยให้ราษฎรไทยล้มตายโดยไม่สมควร มิไยต้องกล่าวว่า ธุรกิจการส่งออกไก่ก็มิอาจปกปักรักษาไว้ได้ เพราะนานาประเทศพากันห้ามนำเข้าไก่ไทย ความเสียหายที่เกิดแก่ธุรกิจการเลี้ยงไก่และการส่งออกไก่ภายใต้นโยบายที่ "ผมรู้หมดแล้ว" รุนแรงยิ่งกว่าภายใต้นโยบายการเปิดเสรีสารสนเทศ โรคไข้หวัดนกระบาดในยุโรปเมื่อต้นปี 2546 เริ่มต้นด้วยเนเธอร์แลนด์ในเดือนมีนาคม เบลเยียมเดือนเมษายน และเยอรมนีเดือนพฤษภาคม ในขณะเดียวกัน เกิดไข้หวัดนกระบาดในฮ่องกงเดือนกุมภาพันธ์ ศกเดียวกัน แล้วทิ้งช่วงถึงเดือนธันวาคม จึงเกิดปรากฏการณ์เดียวกันในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ตามมาด้วยเวียดนาม ไทย กัมพูชา อินโดนีเซีย และลาว หากติดตามข่าวการระบาดของโรคไข้หวัดนกดังกล่าวข้างต้นนี้ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบมีเวลาที่จะเตรียมการป้องกันและการแก้ปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจรายงานข่าวไก่ตายด้วยโรคระบาดจำนวนมากในจังหวัดนครสวรรค์ ในเดือนธันวาคม 2546 ผู้คนในรัฐบาลมิได้สนใจรายงานข่าวนี้ หน่วยราชการดังเช่นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มิได้สนใจรายงานข่าวนี้เป็นพิเศษ ภายใต้รัฐบาล CEOs ไม่เพียงแต่ตำแหน่งข้าราชการระดับผู้บริหารจะมีความไม่มั่นคงเท่านั้น ตำแหน่งรัฐมนตรีก็ขาดความมั่นคงด้วย ในเมื่อมีการปรับคณะรัฐมนตรีด้วยความถี่สูงยิ่ง ในสภาวการณ์เช่นนี้ รัฐมนตรีมีโอกาสเกาะสถานการณ์ไม่ติดและจับปัญหามิได้ มิไยต้องกล่าวถึงโอกาสในการดำเนินนโยบายผิดพลาด ความผิดพลาดในการดำเนินนโยบายโรคระบาดไก่บั่นทอนความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไปเป็นอันมาก มิจำเพาะในสายตาราษฎรไทย หากยังในสายตาชุมชนระหว่างประเทศด้วย อย่างน้อยผู้แทนสหภาพยุโรป ซึ่งต้องมนตรา "โรคระบาดไก่มิใช่ไข้หวัดนก" กลับลำแทบไม่ทันในการห้ามนำเข้าไก่ไทย ภายหลังจากที่เห็นภาพคณะรัฐมนตรีกินไก่เพียงสัปดาห์เศษ