จาก Parmalat ถึง A.C. Parma การล้มละลายของ Parmalat มีผลต่อความเป็นความตายของ A.C. Parma อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ในเมื่อ Parmalat เป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอล A.C. Parma Parmalat เป็นยักษ์ใหญ่ในธุรกิจอาหารโลก มีขนาดใหญ่เป็นอันดับเจ็ดของโลก ด้วยเหตุดังนั้น จึงเป็นหน้าเป็นตาของอิตาลี ในฐานะบรรษัทระหว่างประเทศที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ และไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยทางการเงิน Parmalat ถีบตัวจากธุรกิจในครอบครัวมาเป็นบรรษัทระหว่างประเทศในช่วงเวลาเพียง 30 ปี ด้วยฝีมือของคาลิสโต ทานซิ (Calisto Tanzi) เมื่อบิดาของเขาถึงแก่กรรมในปี 2504 ทานซิมีอายุเพียง 22 ปี และต้องออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อมาบริหารธุรกิจในครอบครัว ทานซิกำหนดเข็มมุ่งในการประกอบธุรกิจผลิตภัณฑ์นมในเบื้องต้น ผลิตภัณฑ์นมยี่ห้อ Parmalat มิได้รู้จักกันเฉพาะในอิตาลี หากแต่รุกคืบเข้าไปในตลาดประเทศต่างๆ ในยุโรปอีกด้วย ในเวลาต่อมา Parmalat กระจายการผลิตไปสู่ธุรกิจเครื่องดื่ม ไอศกรีม เบเกอรี่ เนย ซอส ฯลฯ ในปี 2533 Parmalat กลายเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งนครมิลาน ![]()
Parmalat แผ่กิ่งก้านสาขามิจำเพาะแต่ในยุโรป หากแต่ในขอบเขตทั่วโลก รุกคืบเข้าไปในแอฟริกา อาเซีย และออสเตรเลีย Parmalatization ขยายตัวอย่างรวดเร็วในละตินอเมริกา และยุโรปตะวันออก การเติบโตเกินกว่าขีดความสามารถในการจัดการ ซึ่งเริ่มต้นในทศวรรษ 2530 สร้างความง่อนแง่นทางการเงินแก่ Parmalat จนถึงกับมีการตกแต่งบัญชีและการโยกย้ายเงินโดยมิชอบ และท้ายที่สุด ล้มละลายในเดือนธันวาคม 2546 ด้วยท่วงท่าที่แตกต่างจาก Enron ไม่มากนัก สโมสรฟุตบอล A.C. Parma ถือกำเนิดในปี 2456 ใช้เวลาถึง 77 ปี ในการไต่เต้าสู่ Serie A ในปี 2533 ในปีต่อมา ตระกูล Tanzi เข้าถือหุ้นใหญ่ ในปัจจุบัน Parmalat ถือหุ้น 98% ใน A.C. Parma Parmalat มีสำนักงานใหญ่อยู่ใกล้เมืองปาร์มา จึงมีความผูกพันกับเมืองปาร์มา และผูกพันกับสโมสรฟุตบอล A.C. Parma ด้วย ชื่อ Parmalat แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า The Milk of Parma เมืองปาร์มาเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตอาหารหลักบริษัท จนได้ชื่อว่า Food Valley (หุบเขาแห่งอาหาร) Parma Ham เป็นผลผลิตสำคัญของปาร์มา และกลายมาเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication) สหภาพยุโรปเพิ่งตัดสินใจเลือกนครปาร์มาเป็นที่ตั้งของ European Food Standards Agency ประชาชนชาวอิตาลีเองมีความรู้สึกภูมิใจในเมืองปาร์มา ถึงกับตั้งสมญาว่า Little Paris of Italy A.C. Parma ภายใต้ Parmalat มีผลงานอันโดดเด่นชนิดที่ไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์สโมสรมาก่อน กล่าวคือ ครองอันดับสองของ Serie A 2 ปี ชนะเลิศ Italian Cup 3 ครั้ง (ปี 2535 2542 และ 2545) ชนะเลิศ Cup Winners Cup 1 ครั้ง (ปี 2536) และชนะเลิศ UEFA Cup 2 ครั้ง (ปี 2538 และ 2542) ฐานะการเงินของ A.C. Parma ไม่สู้ดีนัก ในปี 2545/2546 A.C. Parma ขาดทุนถึง 77 ล้านยูโร (เทียบเท่า 54 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง) ในปัจจุบัน A.C. Parma เป็นหนี้ Parmalat ถึง 54.5 ล้านยูโร ฐานะการเงินอันง่อนแง่น ทำให้ A.C. Parma ประกาศโครงการ Progetto Parma (= Project Parma) โดยตกลงกับนักฟุตบอลในการจ่ายเงินเดือน/ค่าจ้างเพียง 50% ของอัตราตามสัญญา ขณะเดียวกัน ก็ปล่อยตัวนักฟุตบอลให้สโมสรอื่นยืมไปใช้งาน เพื่อลดภาระรายจ่ายเงินเดือนและค่าจ้าง ดังเช่นการให้สโมสรโบโลญญายืมตัวฮิเดโตชิ นากาตะ (Hidetoshi Nakata) A.C. Parma เป็นคลังนักฟุตบอลระบือนาม ทั้งที่สโมสรสร้างขึ้นเอง และที่ซื้อจากสโมสรอื่น ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ A.C. Parma ขายนักฟุตบอลหารายได้หลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น Buffon, Thuram, Crespo, Mutu, Veron, Cannavaro และ Fiore กระนั้นก็ตาม A.C. Parma ยังคงมีนักฟุตบอลฝีเท้าดีอีกหลายคนเป็นสินทรัพย์ของสโมสร (ดูภาคผนวก) ในทันทีที่ Parmalat ล้มละลาย หนังสือพิมพ์ Gazzetta dello Sport ฉบับวันที่ 16 ธันวาคม 2546 พาดหัวว่า Supermercato Parma แปลว่า Supermarket Parma หมายความว่า ณ บัดนี้ A.C. Parma กลายเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต ณ ที่ซึ่งสโมสรฟุตบอลต่างๆ เข้าไปกว้านซื้อนักฟุตบอล A.C. Parma ตกอยู่ในฐานะไม่ต่างจากสโมสรฟุตบอล Lazio เพราะเมื่อกลุ่มทุน Cirio ซึ่งเป็นเจ้าของ Lazio ล้มละลาย Lazio ก็มีอันเป็นไป ก่อนหน้านั้น สโมสร Fiorentina ล้มละลาย จนต้องเปลี่ยนชื่อเป็น Florentina Viola และถูกลดชั้นไปเล่นใน Serie C2 เพิ่งจะไต่ขึ้นมาสู่ Serie B ในฤดูการแข่งขัน 2546/2547 A.C. Parma อาจอยู่ในฐานะดีกว่า Lazio และ Fiorentina เพราะเอ็นริโก บ็อนดิ (Enrico Bondi) CEO รักษาการของ Parmalat ต้องการประคับประคองมิให้ A.C. Parma ล้ม โดยพยายามเกี้ยวอาริโก ซัชชิ (Arrigo Sacchi) ซึ่งเคยเป็นผู้จัดการทีมชาติอิตาลีมาเป็น Director of Football แต่ A.C. Parma ต้องการเงินเฉพาะหน้าอย่างน้อย 40 ล้านยูโร จึงจะประคองตัวอยู่ต่อไปได้ หนทางที่จะได้เงินจำนวนดังกล่าวนี้หนทางหนึ่ง ก็คือ การนำสินทรัพย์ออกขาย และสินทรัพย์ที่สำคัญ ก็คือ นักฟุตบอล A.C. Parma คงขายฮิเดโตชิ นากาตะ ให้ Bologna และขาย Adriano แก่ Inter Milan (ซึ่งคาดว่าจะขายได้ 20 ล้านยูโร) กระนั้นก็ตาม A.C. Parma ยังต้องระดมเงินทุนจากผู้ถือหุ้นเพิ่มเติม รวมทั้งต้องขอให้ Parmalat ยกหนี้ให้ด้วย A.C. Parma เป็นธุรกิจในเครือ Parmalat หาก A.C. Parma มีฐานะการเงินอันมั่นคง A.C. Parma อาจอยู่รอดได้ แม้บริษัทแม่จะง่อนแง่น แต่เป็นเพราะ A.C. Parma มีฐานะการเงินอันง่อนแง่น เมื่อบริษัทแม่ล้มละลาย A.C. Parma ย่อมตกอยู่ในฐานะลูกผีลูกคน ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับ A.C. Parma พ.ศ. 2456 สโมสรฟุตบอล A.C. Parma ถือกำเนิด พ.ศ. 2472 เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลสโมสร Serie B พ.ศ. 2533 เลื่อนขึ้น Serie A พ.ศ. 2534 ตระกูล Tanzi เข้าถือหุ้นใหญ่ พ.ศ. 2536 ชนะเลิศ Cup Winners' Cup พ.ศ. 2537 รองชนะเลิศ Cup Winners' Cup พ.ศ. 2538 ชนะเลิศ UEFA Cup Winners พ.ศ. 2542 ชนะเลิศ UEFA Cup Winners พ.ศ. 2547 ลูกผีลูกคน