คนเดือนตุลาฯในฐานะ Brand Name Capital ผมเริ่มรู้สึกว่า คนเดือนตุลาฯ กลายเป็นยี่ห้อเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ผู้คนจำนวนไม่น้อยแอ่นอกปะยี่ห้อบนหน้าผาก ฉันเป็นคนเดือนตุลาฯ อย่างหน้าชื่นตาบาน จำนวน คนเดือนตุลาฯ ทบทวีในเชิงปริมาณตามกาลเวลา จนผมรู้สึกประหลาดใจ คนเดือนตุลาฯ กลายเป็นยี่ห้อตั้งแต่เมื่อใด ผมมิอาจให้คำตอบที่ชัดเจนได้ ในระหว่างเดือนตุลาคม 2516 ถึงตุลาคม 2519 วลี คนเดือนตุลาฯ ยังไม่ปรากฏในสังคมการเมืองไทย ผมคาดเดาจากอวิชชาอันหนาแน่นของผมเองว่า การเรียกขาน คนเดือนตุลาฯ เพิ่งปรากฏหลัง ป่าแตก เมื่อต้นทศวรรษ 2520 นี้เอง และคงทอดเวลาภายหลังปรากฏการณ์ ป่าแตก นานพอสมควร ผมจำไม่ได้ว่า มีการเรียกขาน คนเดือนตุลาฯ ในยุครัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และปักใจเชื่อว่า วลี คนเดือนตุลาฯ เพิ่งปรากฏภายหลังการจัดตั้งพรรคพลังธรรม (อันมีพลตรีจำลอง ศรีเมือง เป็นหัวหน้าพรรค) เดือนมิถุนายน 2531 คนเดือนตุลาฯ ที่เข้าใจกันในปัจจุบัน จำนวนไม่น้อยเข้าไปเป็นแกนนำพรรคพลังธรรม แม้แต่ชื่อพรรคยังมาจากพรรคนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก่อนเดือนตุลาคม 2519 วลี คนเดือนตุลาฯ มีอายุไม่ถึงสองทศวรรษ ด้วยเหตุดังนั้น คนเดือนตุลาฯ ในฐานะยี่ห้อย่อมต้องมีอายุน้อยกว่านั้น ด้วยเหตุที่มีแต่การจัดระบบกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาด้านเศรษฐกิจ แต่มิได้มีการจัดระบบกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญาด้านการเมือง จึงไม่มีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า คนเดือนตุลาฯ การอ้างตัวเป็น คนเดือนตุลาฯ ไม่มีผลละเมิดกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา เพราะมิได้มีการให้คำนิยามที่เด่นชัด ไม่มีการกำหนดคุณสมบัติที่ชัดเจนว่า มนุษย์คนใดสมควรประทับยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ และมนุษย์คนใดหรือกลุ่มใดห้ามใช้ยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ หากกลุ่มกระทิงแดงจะขอใช้ยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ บ้าง ก็คงจะห้ามปรามมิได้ คนเดือนตุลาฯ มีมิติด้านเวลาที่ชัดเจน อย่างน้อยเป็นที่รับรู้โดยทั่วไปในสังคมการเมืองไทยว่า หมายถึงผู้คนที่ข้องเกี่ยวกับขบวนการสิทธิเสรีภาพเดือนตุลาคม 2516 และตุลาคม 2519 ผู้คนที่ปะยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ ส่วนหนึ่งมีความเข้าใจร่วมกันเช่นนี้โดยที่มิได้ไปไกลถึงกับระบุว่า คนเดือนตุลาฯ เป็นยี่ห้อที่มีเครื่องบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications) กล่าวคือ หมายเฉพาะแต่ผู้คนที่ข้องเกี่ยวกับขบวนการสิทธิเสรีภาพที่ชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งเดือนตุลาคม 2516 และเดือนตุลาคม 2519 คนเดือนตุลาฯ แปรสภาพเป็นยี่ห้อทางการเมืองตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2530 การที่ คนเดือนตุลาฯ มีสถานะเป็นยี่ห้อ ย่อมมีนัยสำคัญว่า มีผู้ได้ประโยชน์จากการใช้ยี่ห้อนี้ ยี่ห้อทางการเมือง ย่อมมีมูลค่าทางการเมือง โดยที่มูลค่าทางการเมืองมีทั้งบวกและลบขึ้นอยู่กับผลการประเมินของปัจเจกบุคคล การสร้างยี่ห้อสินค้าและบริการช่วยผู้บริโภคประหยัดต้นทุนสารสนเทศ (Information Cost) เมื่อยี่ห้อติดตลาด ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าและบริการ โดยเลือกดูยี่ห้อได้ ประสบการณ์ในการบริโภคทำให้ผู้บริโภครับรู้ว่า ยี่ห้อใดดี ยี่ห้อใดไม่ดี อย่างน้อยตามบรรทัดฐานการบริโภคของตน คำถามพื้นฐานมีอยู่ว่า ยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ สื่อสารเกี่ยวกับคุณสมบัติข้อใดในสังคมการเมืองไทย สารสนเทศดังกล่าวนี้ เป็นสารสนเทศที่ลงตัวหรือไม่ และมีความหมายที่เคลื่อนตัวหรือไม่? ในสังคมการเมืองไทย เมื่อเอื้อนเอ่ยถึง คนเดือนตุลาฯ มักจะเข้าใจกันว่าเป็นพวกฝ่ายซ้าย อย่างน้อยในความรับรู้ของกลุ่มอนุรักษนิยม โดยที่ ฝ่ายซ้าย ไม่มีคำนิยามที่ชัดเจนและรัดกุม ผู้คนที่ถือตัวว่าเป็น คนเดือนตุลาฯ อาจเห็นว่า การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนขบวนการสิทธิและเสรีภาพ นับเนื่องเป็นคุณสมบัติที่สำคัญ กล่าวอย่างเฉพาะเจาะจงก็คือ รักชาติรักประชาธิปไตย บางคนอาจกล่าวถึงคุณสมบัติในด้านความรักความเป็นธรรมและความเอื้ออาทรที่มีต่อคนยากจน และกลุ่มคนผู้ด้อยโอกาสในสังคม อีกบางคนอาจให้ความสำคัญคุณสมบัติด้านความซื่อสัตย์สุจริต โดยที่ต้องไม่ลืมด้วยว่า มีความไม่ซื่อสัตย์สุจริตปรากฏในหมู่ผู้นำศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ภายหลังเดือนตุลาคม 2516 ด้วย การสร้างภาพ คนเดือนตุลาฯ ในฐานะ ฝ่ายซ้าย ผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย รักความเป็นธรรม เอื้ออาทรต่อคนยากจนและผู้ด้อยโอกาสในสังคม และซื่อสัตย์สุจริต ช่วยเพิ่มพูนมูลค่าทางการเมืองของคนกลุ่มนี้ หากสามารถทำให้สังคมยอมรับว่ามีมนุษย์เช่นนี้ดำรงอยู่ในสังคม โดยที่เป็นปุถุชน และมิได้เป็นอรหันต์ คนเดือนตุลาฯ ย่อมได้รับการแซ่ซ้องสรรเสริญ ยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ ย่อมเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการเล่นการเมืองในระบบ เพราะเพียงด้วยการติดยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ คะแนนนิยมทางการเมืองย่อมเพิ่มพูนขึ้นเป็นอันมาก ด้วยเหตุดังนี้เอง ความพยายามในการสร้างยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ จึงเกิดจากผู้คนที่กระโดดขึ้นสังเวียนการเมืองในระบบ มากกว่าผู้ที่ขับเคลื่อนการเมืองภาคประชาชน การผลิตยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ ย่อมต้องมีการลงทุน ผลประโยชน์ขั้นสุดท้ายของการลงทุนนี้อยู่ที่การดูดดึงให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งติดยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ หากราษฎรติดยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ กันงอมแงม คนเดือนตุลาฯ ย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดิน โดยที่มิได้มีความหมายว่า ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ด้วยเหตุดังนี้ จึงต้องมีกระบวนการสะสมทุนเพื่อสร้างทุนยี่ห้อ (Brand Name Capital) จนท้ายที่สุด คนเดือนตุลาฯ เป็นทุนยี่ห้อ การลงทุนเพื่อสร้างทุนยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ ในชั้นแรก อาจอาศัยเงินทุนส่วนบุคคล แต่เนื่องจากยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ ไม่มีกรรมสิทธิ์ที่ชัดเจน สิ่งจูงใจในการลงทุนส่วนบุคคลจึงไม่มี หากนักลงทุนคนหนึ่งคนใดประสบความสำเร็จในการผลิตยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ คนอื่นๆ ก็สามารถหาประโยชน์จากการใช้ยี่ห้อนี้ได้ด้วย คนเดือนตุลาฯ ที่ประสบความสำเร็จในการก้าวขึ้นสังเวียนการเมืองในระบบ สามารถใช้งบ ส.ส.ในการสะสมทุนยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ ผู้ที่ยึดกุมอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินสามารถใช้อำนาจการเมืองในการผันทรัพยากรของแผ่นดิน เพื่อสะสมทุนยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ เฉกเช่นเดียวกัน การใช้ทรัพยากรของแผ่นดินในการจัดงาน 30 ปี 14 ตุลาฯ เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการใช้ทรัพยากรแผ่นดินในการสะสมทุนยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ ยี่ห้อจะช่วยธำรงตำแหน่งแห่งหนของสินค้าและบริการในตลาดได้ และจะช่วยรักษาส่วนแบ่งตลาดได้ มิเพียงแต่ผู้ผลิตต้องดำเนินการควบคุมคุณภาพสินค้า (Quality Control) อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น หากยังต้องแสวงหาหนทางในการพัฒนาคุณภาพสินค้าอีกด้วย ยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ จะให้ประโยชน์แก่ คนเดือนตุลาฯ ในสังคมการเมืองต่อไปได้ ก็ต่อเมื่อสามารถควบคุมคุณภาพ คนเดือนตุลาฯ อย่างมีประสิทธิภาพ มิพักต้องกล่าวถึงการพัฒนาคุณภาพ สินค้า หาก คนเดือนตุลาฯ หมายถึง สมาชิก ฝ่ายซ้าย ผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย รักความเป็นธรรม เอื้ออาทรต่อคนยากจนและผู้ด้อยโอกาสในสังคม และซื่อสัตย์สุจริต ตัวแบบ คนเดือนตุลาฯ ดังที่กล่าวนี้ย่อมมีปัญหาในโลกแห่งความเป็นจริง จะแสวงหาปุถุชนที่มีคุณสมบัติเยี่ยงนี้ได้ที่ไหน การสร้างยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ อย่างเลอเลิศมีผลในการทำลายตัวเองในบั้นปลาย ผมรู้สึกตกใจอย่างยิ่ง เมื่อพบว่าบรรดาผู้ที่เป็นหัวหอกในการจัดงาน 30 ปี 14 ตุลาฯ จำนวนไม่น้อย เป็นนักเลือกตั้งเผ่ายี้ นักเลือกตั้งบางคนที่มียี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ เคยมีประวัติในการดูดซับส่วนเกินทางเศรษฐกิจจากกระบวนการจัดจ้างจัดซื้อของทางราชการ บางคนพัวพันกับการทุจริตจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ในกระทรวงสาธารณสุข บางคนร่วมในรัฐบาลที่มีพฤติกรรมปราบปรามและเข่นฆ่าประชาชน บัดนี้ จะให้ผมเชื่อได้อย่างไรว่า คนเดือนตุลาฯ เป็น ฝ่ายซ้าย หรือ คนเดือนตุลาฯ ซื่อสัตย์สุจริต คนเดือนตุลาฯ รักความเป็นธรรม คนเดือนตุลาฯ เอื้ออาทรต่อคนจนและผู้ด้อยโอกาสในสังคม ในประการสำคัญ จะให้ผมเชื่อได้อย่างไรว่า คนเดือนตุลาฯ รักประชาธิปไตย ในเมื่อผู้คนที่อ้างตัวว่าเป็น คนเดือนตุลาฯ จำนวนไม่น้อย ให้ความชอบธรรมแก่รัฐบาล พลเอกสุจินดา คราประยูร แท้ที่จริงแล้ว คนเดือนตุลาฯ เป็นปุถุชน ที่เป็นคนดีก็มีมาก แต่ที่เป็นคนเลวก็มีไม่น้อย ในประการสำคัญ มนุษย์และสังคมมีอนิจลักษณะ คนที่เคยรักประชาธิปไตย อาจเปลี่ยนไปรักเผด็จการ คนที่เคยยืนอยู่ข้างกลุ่มคนผู้ถูกกดขี่ อาจเปลี่ยนไปเป็นผู้กดขี่เสียเอง ยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ เคยให้ประโยชน์แก่ผู้คนจำนวนหนึ่งในสังคมการเมืองไทย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่า ตัวแบบ คนเดือนตุลาฯ ถูกวาดอย่างเลิศหรู และมีกระบวนการโฆษณาชวนเชื่อตัวแบบนั้นอย่างได้ผล แต่ยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ กำลังเสื่อมมนต์ขลัง ส่วนสำคัญเป็นเพราะว่า คนเดือนตุลาฯ ในโลกแห่งความเป็นจริงมิได้เป็นไปตามตัวแบบตั้งแต่ต้น อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าคุณภาพ คนเดือนตุลาฯ เสื่อมถอยตามกาลเวลา มิอาจรักษาคุณภาพ สินค้า ให้คงเส้นคงวาได้ คนเดือนตุลาฯ ในฐานะยี่ห้อแตกต่างจากยี่ห้อสินค้าและบริการโดยทั่วไป สินค้าและบริการมีเจ้าของกรรมสิทธิ์ยี่ห้อที่ชัดเจน บริษัทผู้เป็นเจ้าของยี่ห้อมีสิ่งจูงใจในการรักษาชื่อเสียงเกียรติคุณของยี่ห้อ อย่างน้อยที่สุดด้วยการควบคุมคุณภาพผลผลิต เพราะการสร้างยี่ห้อต้องอาศัยเงินลงทุนสูง โดยที่เงินทุนที่ใช้ในการสร้างยี่ห้อ เมื่อจ่ายไปแล้วกลายเป็นต้นทุนจม (Sunk Cost) ดังนั้น จึงต้องพยายามเก็บเกี่ยวประโยชน์จากทุนยี่ห้อให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ หากคุณภาพผลผลิตเสื่อมทรามลง ยี่ห้อต้องพลอยเสื่อมเสียตามไปด้วย ยี่ห้อซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของสินค้าคุณภาพดี กลับกลายเป็นสัญลักษณ์ของสินค้าคุณภาพเลว ในกรณีเช่นนี้ บริษัทเจ้าของยี่ห้ออาจต้องตัดสินใจทิ้งยี่ห้อเดิมแล้วลงทุนสร้างยี่ห้อใหม่ การเกิดและดับของยี่ห้อนับเป็นอนิจลักษณะของตลาดสินค้าและบริการ คนเดือนตุลาฯ ในฐานะยี่ห้อไม่ปรากฏเจ้าของที่ชัดเจน ด้วยเหตุดังนี้ จึงไม่มีผู้รับผิดชอบในการควบคุมคุณภาพของ สินค้า มิไยต้องกล่าวว่า การควบคุมคุณภาพมนุษย์ยากเย็นยิ่งกว่าการควบคุมคุณภาพสินค้าและบริการมากเพียงใด สังคมการเมืองไทยรับรู้มากขึ้นว่า คนเดือนตุลาฯ ในโลกแห่งความเป็นจริงมิได้เป็นไปตามตัวแบบที่วาดไว้อย่างเลิศหรู หากสารสนเทศในตลาดการเมืองมีความสมบูรณ์มากขึ้นเพียงใด มนตรา คนเดือนตุลาฯ ที่เคยสะกดสังคมไทยย่อมเสื่อมความขลังมากเพียงนั้น ยี่ห้อจะมีชีวิตยืนยาวในตลาดได้ ก็ต่อเมื่อประชาชนผู้บริโภคติดใจสินค้าหรือบริการที่ใช้ยี่ห้อนั้น ยามใดก็ตามที่ประชาชนสิ้นความประทับใจ ยี่ห้อนั้นย่อมต้องรอวันตาย คนเดือนตุลาฯ ในฐานะยี่ห้อทางการเมืองกำลังเผชิญภาวะเช่นนี้ มิช้ามินานจะไม่มีนักเลือกตั้งคนใดที่ประทับยี่ห้อ คนเดือนตุลาฯ อีกต่อไป แม้ว่ายี่ห้อเกิดและดับได้ แต่การสถาปนายี่ห้อทางการเมืองยากเย็นแสนเข็ญมากกว่ายี่ห้อสินค้าและบริการมากนัก