Project Censored

เสรีภาพในข่าวสารและสารสนเทศ (Freedom of Information) นับเป็นหลักการสำคัญประการหนึ่งของสังคมประชาธิปไตย ในประเทศที่ระบอบประชาธิปไตยหยั่งรากลึกนานนับศตวรรษ ดังเช่นยุโรปตะวันตกและสหรัฐอเมริกา ประชาชนน่าจะมีเสรีภาพในข่าวสารและสารสนเทศโดยสมบูรณ์ แท้ที่จริงแล้วหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ การเติบใหญ่ของธุรกิจสื่อมวลชนและสารสนเทศจนมีฐานะเป็นบรรษัทระหว่างประเทศ สร้างอำนาจผูกขาดในธุรกิจดังกล่าวนี้ และอำนาจผูกขาดของบรรษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ นับเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดข่าวสารและสารสนเทศที่เผยแพร่ ในหลายต่อหลายกรณี ความสัมพันธ์ระหว่างนายทุนสื่อมวลชนกับผู้ทรงอำนาจทางการเมืองยังผลให้มีการเซ็นเซอร์ตัวเอง ด้วยเหตุดังนี้ จึงมีข่าวเป็นจำนวนมากที่มิได้มีการเผยแพร่ในวงกว้าง เนื่องจากธุรกิจสื่อมวลชนยักษ์ใหญ่เลือกที่จะไม่เผยแพร่ ทั้งๆ ที่ข่าวเหล่านั้นมีความสำคัญ

Project Censored ก่อเกิดขึ้นเพื่อเผยแพร่ข่าวนอกกระแส รวมทั้งการจัดอันดับข่าวนอกกระแสที่สำคัญ การจัดอันดับครั้งล่าสุดครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่ปลายปี 2543 ถึงต้นปี 2545 ประกอบด้วยข่าวนอกกระแสที่สำคัญ 10 ข่าวดังต่อไปนี้

ข่าวอันดับที่หนึ่ง FCC ของคลื่นวิทยุ

Federal Communications Commission (FCC) เป็นองค์กรที่มีหน้าที่ควบคุมและกำกับคลื่นวิทยุในสหรัฐอเมริกา ในปี 2544 FCC เริ่มประกาศขายคลื่นวิทยุ ผลก็คือ บรรดาธุรกิจสื่อมวลชนยักษ์ใหญ่พากันรุกคืบเข้าไปจัดตั้งสถานีวิทยุ แนวความคิดการถ่ายโอนสถานีวิทยุไปให้เอกชนมีมาช้านานแล้ว แรงผลักดันสำคัญมาจาก Freedom and Progress Foundation อันเป็นองค์กรผลิตความคิด (Think Tank) ของฝ่ายขวา รัฐบาลคลินตันมิได้เดินตามแนวนโยบายนี้ เมื่อประธานาธิบดียอร์จ บุช จูเนียร์ แต่งตั้งให้นายไมเคิล พาวเวลล์ (Michael K. Powell) ดำรงตำแหน่งประธาน FCC นายพาวเวลล์ไม่รีรอในการประกาศขายคลื่นวิทยุ ยังความยินดีปรีดาของนายรูเปิร์ต เมอร์ด็อก (Rupert Murdoch) นายไมเคิล พาวเวลล์ เป็นลูกชายนายพลโคลิน พาวเวลล์ (Colin Powell) รัฐมนตรีการต่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา

ข่าวอันดับที่สอง WTO ต้องการถ่ายโอนการผลิตบริการสังคมแก่เอกชน

GATT/WTO ผลักดันให้มี GATS (General Agreement on Trade in Services) อันเป็นข้อตกลงว่าด้วยการค้าบริการโดยเสรี สำนักผู้แทนการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (USTR) นิยามการค้าบริการให้ครอบคลุมถึงบริการสาธารณะ ดังเช่นน้ำประปา สาธารณสุข การศึกษา ห้องสมุด การไปรษณีย์และโทรเลข การขนส่งและคมนาคม การพลังงาน ฯลฯ

ในปี 2542 Bechtel บริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่แห่ง San Francisco เข้าไปรับสัมปทานการผลิตน้ำประปาในเทศบาลเมือง Cochabamba ประเทศโบลิเวีย และขึ้นอัตราค่าน้ำประปาโดยทันที 35% จนก่อให้เกิดการประท้วงต่อต้าน การนัดหยุดงาน และการจลาจล อันเป็นเหตุให้มีการล้มตายจำนวนไม่น้อย ท้ายที่สุด รัฐบาลโบลิเวียต้องขับ Bechtel ออกนอกประเทศในเดือนเมษายน 2543 แต่สื่อมวลชนอเมริกันเกือบมิได้รายงานข่าวนี้เลย

ข่าวอันดับที่สาม รัฐบาลอเมริกันสนับสนุนการสังหารหมู่ในโคลอมเบีย

นโยบายของรัฐบาลอเมริกันที่มีต่อโคลอมเบีย ก็คือ การปราบปรามการค้ายาเสพติด และการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Fuerzas Armadas Revolucionarias de Colombia ด้วยเหตุดังนี้ โคลอมเบียจึงได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลอเมริกันมากเป็นอันดับสาม รองจากอียิปต์และอิสราเอล รัฐบาลอเมริกันมิได้สนใจว่า รัฐบาลโคลอมเบียนำเงินช่วยเหลือไปใช้ในการสังหารหมู่ประชาชนมากมายเพียงใด

ข่าวอันดับที่สี่ รัฐบาลยับยั้ง FBI ตามข่าว บิน ลาดิน

ก่อการถล่ม World Trade Center เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544 FBI ตามข่าวขบวนการก่อการร้าย และสืบพบความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกตระกูล Bin Laden (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Abdullah bin Laden) และสมาชิกราชตระกูลซาอุดีอาระเบียกับขบวนการก่อการร้าย แต่รัฐบาลบุชยับยั้งการตามข่าวของ FBI เพราะเกรงว่าจะกระทบความสัมพันธ์ที่มีกับซาอุดีอาระเบีย และแล้ว World Trade Center ถูกถล่ม

Greg Palast ร่วมกับ David Pallister แห่ง The Guardian ในสหราชอาณาจักร ได้เอกสารภายในของ FBI ซึ่งเป็นบันทึกในปี 2539 และเริ่มรายงานข่าวนี้ จนเป็นเหตุให้รัฐสภาอเมริกันแต่งตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อไต่สวนความบกพร่องในการสืบราชการลับของหน่วยรัฐบาลอเมริกัน

ข่าวอันดับที่ห้า รัฐบาลอเมริกันจงใจทำลายระบบการประปาในอิรัก

เมื่อกองทัพอเมริกันบุกถล่มอิรักในปี 2534 กำหนดแผนในการทำลายระบบการประปาให้พินาศโดยจงใจ เมื่อสงครามอ่าวเปอร์เซียยุติลง รัฐบาลอเมริกันผลักดันให้สหประชาชาติมีมติคว่ำบาตรอิรักในด้านเศรษฐกิจ (Economic Sanction) สินค้าชนิดหนึ่งที่ห้ามขายให้อิรักก็คือ คลอรีน ซึ่งสามารถนำไปใช้ผลิตอาวุธเคมีได้ แต่การขาดคลอรีนมีผลต่อน้ำดื่มและการระบาดของโรคในอิรัก องค์การสหประชาชาติประมาณว่า การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจทำให้เด็กในอิรักต้องตายไปถึง 500,000 คน ในช่วงเวลาทศวรรษเศษที่ผ่านมานี้ แต่ซัดดัม ฮุสเซน ยังคงธำรงอำนาจไว้ได้

Thomas J. Nagy แห่ง The Progressive ได้เอกสารภายในของ Defense Intelligence Agency เกี่ยวกับแผนการทำลายระบบการประปาในอิรัก และรายงานเรื่องนี้ในเดือนกันยายน 2544

ข่าวอันดับที่หก รัฐบาลอเมริกันสะสมอาวุธนิวเคลียร์

เมื่อสงครามเย็นยุติเมื่อกำแพงเบอร์ลินพังทลายในปี 2532 ใครๆ พากันคาดการณ์ว่า ประเทศมหาอำนาจจะเลิกสะสมอาวุธนิวเคลียร์ ขบวนการต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์พากันวางใจด้วยความเชื่อดังกล่าวนี้ ข้อเท็จจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ รัฐบาลอเมริกันยังคงแอบซุ่มสะสมอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป ด้วยการสร้างขีปนาวุธขนาดเล็ก ดังเช่น Battlefield Nuke หรือ Mini Nuke โดนมีเป้าหมายที่จะถล่มสาธารณรัฐประชาชนจีน อิรัก อิหร่าน ซีเรีย ลิเบีย และรัสเซีย

The Los Angeles Times เริ่มรายงานข่าวนี้ในเดือนมีนาคม 2545 แต่แล้วก็มิได้สนใจตามข่าวอีก

ข่าวอันดับที่เจ็ด EMOs กับการครอบงำระบบโรงเรียน

EMOs ย่อจาก Educational Management Organizations เป็นองค์กรรับจ้างบริหารจัดการระบบโรงเรียน EMOs รุกคืบเข้าไปครอบงำระบบโรงเรียนในมลรัฐต่างๆ ณ ที่ซึ่งประชาชนสิ้นความอดทนคุณภาพอันต่ำทรามระบบโรงเรียนของรัฐ

องค์กรรับจ้างบริหารจัดการระบบโรงเรียนที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน คือ Edison Corp ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในมหานครนิวยอร์ก Edison Corp บริหารโรงเรียน 136 โรงใน 22 มลรัฐและ District of Columbia โดยต้องดูแลเด็กนักเรียนจำนวน 75,000 คน การณ์ปรากฏว่า เด็กนักเรียนในโรงเรียนของ Edison Corp ใช้เวลาเรียนมากกว่าโรงเรียนอื่นๆ ถึง 50% แต่ผลการเรียนมิได้ดีกว่า

Edison Corp ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่แตกสลาย ราคาหุ้นของ Edsion Corp ตกต่ำตาม ในประการสำคัญ Edison Corp ตกแต่งบัญชี โดยบันทึกรายการรายได้สูงกว่าความเป็นจริง จนคณะกรรมการหลักทรัพย์และปริวรรต (Securities and Exchange Commission) เข้าไปตรวจสอบในเดือนพฤษภาคม 2545

ข่าวอันดับที่แปด NAFTA ทำลายภาคเกษตรกรรมอเมริกัน

เขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ก่อตั้งในปี 2536 เพียงไม่ถึงทศวรรษ ภาคเกษตรกรรมในสหรัฐอเมริกาต้องเผชิญผลกระทบที่รุนแรง องค์กรประชาชนชื่อ Public Citizen ติดตามประเด็นนี้อย่างเกาะติด เกษตรกรรายย่อยจำนวน 33,000 ครัวเรือน ต้องสูญหายตายจากภาคเกษตรกรรม รายได้ของเกษตรกรตกต่ำลง รวมทั้งการตกต่ำของผลผลิตการเกษตรที่สำคัญ ดังเช่นข้าวโพด และฝ้าย ข้อมูลเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ประมวลจากสถิติของทางราชการทั้งสิ้น

ข่าวอันดับที่เก้า วิกฤติการณ์การเคหะในสหรัฐอเมริกา

ประชาชนชาวอเมริกันประมาณ 6 ล้านครัวเรือน ไม่มีบ้านอยู่อาศัย บ้างต้องหลับนอนข้างถนน บางครอบครัวตั้งแคมป์หลับนอนในที่สาธารณะ ในยุคประธานาธิบดีคลินตัน รัฐบาลสนใจแก้ปัญหานี้อยู่บ้างในยุครัฐบาลบุชจูเนียร์ รัฐบาลกำหนดให้กลไกตลาดแก้ปัญหานี้ ผลก็คือ วิกฤติการณ์การเคหะเลวร้ายลงตามลำดับ

ข่าวอันดับที่สิบ CIA แทรกแซงกิจการภายในของ Macedonia

ผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาในมาเซโดเนีย คือ น้ำมัน CIA เข้าไปแทรกแซงการเมืองในมาเซโดเนีย ด้วยการให้การสนับสนุนขบวนการจรยุทธ์กลุ่มต่างๆ ขณะเดียวกัน ก็ดำเนินการให้มีการจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นมิตรกับ BP-Amoco-Arco, Chevron และ Texaco

ข่าวทั้งสิบที่นำเสนออย่างย่นย่อข้างต้นนี้มาจาก Project Censored ข่าวเหล่านี้ล้วนเป็นข่าวนอกกระแสหลัก บรรษัทยักษ์ใหญ่ในธุรกิจสื่อมวลชนเป็นผู้ทำให้เกิดข่าวนอกกระแสหลัก นับวันข่าวนอกกระแสหลักมีแต่จะมีมากขึ้น นั่นหมายความว่า ประชาชนถูกปิดหูปิดตามากขึ้น

หมายเหตุ ผู้ที่สนใจ Project Censored โปรดดู www.sfbg.com/36/48/censored.links.html