Google.Com

รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนปิดกั้นมิให้ประชาชนเข้าสู่ www.google.com อันเป็นมาตรการหนึ่งในการปิดหูปิดตาประชาชน โดยไม่ปล่อยให้ประชาชนท่องสู่ Cyberspace ได้โดยเสรี ขบวนการสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอ้างว่า รัฐบาลจีนใช้ข้ารัฐการจำนวน 30,000 คนในการตรวจสอบ websites ต่างๆ และ e-mail ของประชาชนในปัจจุบัน รัฐบาลจีนปิดกั้น websites จำนวน 500,000 แห่ง มิให้ประชาชนเข้าถึง (ดูรายงานข่าว “China Blocking Google”, BBC News, September 2, 2002) ทั้งนี้โดยอ้างว่า websites เหล่านี้ให้สารสนเทศที่เป็นพิษเป็นภัยต่อประชาชน

www.google.com เป็น Search Engine ที่เป็นดาวรุ่งพุ่งแรง โดยที่มีอายุไม่ถึง 5 ขวบปี

Search Engine ทำหน้าที่เสมือนหนึ่ง ‘ห้องสมุด’ ใน Cyberspace ผู้ที่ต้องการแสวงหาความรู้และค้นหาข้อมูลเพียงแต่เข้าสู่ Search Engine และพิมพ์คำไข (Key Words) หรือหัวข้อที่ต้องการค้น Search Engine จะช่วยนำพาไปสู่ Web Sites ต่่างๆ ที่สามารถให้ความรู้และข้อมูลตามคำไขหรือหัวข้อที่ค้นนั้น

จากการศึกษาของ Steve Lawrence และ Lee Giles แห่ง NEC Research Institute ซึ่งมีสำนักงานในเมืองพรินส์ตัน มลรัฐนิวเจอร์ซี่ย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า Search Engine ยักษ์ใหญ่ในปี 2541 ได้แก่ Hotbot, AltaVista, Northern Light, Excite, Infoseek และ Lycos

ในปี 2542 Northern Light ถีบตัวขึ้นมาเป็นผู้นำ Search Engine เพราะสามารถเชื่อมโยงสู่พื้นที่ใน cyberspace มากกว่า Search Engine อื่นๆ ในปีเดียวกันนั้น Alltheweb.com ปรากฏตัวสู่ธุรกิจ Search Engine และโฆษณาว่า จะพยายามเชื่อมโยงสู่ URLs (Uniform Resource Locators) ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ใน World Wide Web ซึ่งประมาณกันว่ามีอยู่ประมาณ 800 ล้าน URLs Fast Search and Tranfer ASA แห่งนอร์เวย์ก็กำหนดเป้าหมายเดียวกับ Alltheweb.com

ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ Google.Com เติบโตอย่างช้าๆ และกลายมาเป็นดวงดาราดวงใหม่ในหมู่ธุรกิจ Search Engine

ประวัติของ Google.Com มีส่วนคล้ายคลึงกับ Microsoft เพราะก่อเกิดจากมันสมองของเพื่อนนักศึกษาร่วมสถาบันเดียวกัน ผู้ที่มีส่วนสถาปนา Google.Com เป็นนักศึกษาคอมพิวเตอร์แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด 2 คน ได้แก่ เซอร์ไก บริน (Sergey Brin) และลาร์รี่ เพจ (Larry Page) ทั้งสองร่วมกันสร้าง Search Engine ในปี 2538 โดยตั้งชื่อว่า Back Rub ห้องพักในมหาวิทยาลัยของคนทั้งสองแปรสภาพเป็นสำนักงาน ห้องพักของเพจเป็นศูนย์สารสนเทศ ส่วนห้องพักของบรินเป็นสำนักงานธุรกิจ

ในระยะแรกเริ่ม เซอร์ไก บริน และ ลาร์รี่ เพจ มีปัญหาการขาดแคลนเงินทุน แต่สามารถระดมทุนจากญาติสนิทมิตรสหายในเวลาต่อมา จนได้เงินทุน 1 ล้านดอลลาร์อเมริกัน ในจำนวนนี้ แอนดี เบ็กโตลไชม์ (Andy Bechtolsheim) เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย ซึ่งต่อมาเป็นคนหนึ่งที่ร่วมก่อตั้ง Sun Microsystems ร่วมลงขันด้วย 100,000 ดอลลาร์อเมริกัน และแล้ว Google Inc. ก็ก่อตั้งขึ้นในปี 2541

เหตุใดจึงตั้งชื่อบริษัทว่า Google?

Google มาจากคำว่า Google ซึ่งในทางคณิตศาสตร์หมายถึง เลข 1 ซึ่งตามด้วยเลขศูนย์อีก 100 ตัว

www.google.com ไต่อันดับ Search Engine อย่างรวดเร็ว ในปัจจุบัน มีผู้เข้าไปใช้บริการประมาณวันละ 150 ล้านราย ในด้านการประกอบการ Google Inc เริ่มเข้าสู่ภาวะคุ้มทุน โดยคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 50 ล้านดอลลาร์อเมริกันในปี 2545 เมื่อมีข่าวว่า Google Inc จะจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ในปี 2544 มีการประเมินมูลค่าบริษัทว่า ตกประมาณ 250 ล้านดอลลาร์อเมริกัน แต่จนบัดนี้ Google Inc ยังมิได้เป็นบริษัทจดทะเบียน

ในปี 2544 Google Inc เปลี่ยนแปลงการบริหาร โดยลาร์รี่ เพจ (อายุ 28 ปีในขณะนั้น) ดำรงตำแหน่งประธานบริษัทด้านผลิตภัณฑ์ และเซอร์ไก บริน (อายุ 27 ปีในขณะนั้น) ดำรงตำแหน่งประธานบริษัทด้านเทคโนโลยี และแต่งตั้งให้อีริกชมิตต์ (Eric Schmidt) เป็น CEO ชมิตต์เคยอยู่ Sun Microsystems ระหว่างปี 2526-2540 และเคยดำรงตำแหน่ง CEO ของ Novell หลังจากนั้น

Google Inc มีสำนักงานใหญ่ Googleplex ใน Silicon Valley มีศูนย์สารสนเทศ 4 ศูนย์กระจายตามจุดต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา หากศูนย์หนึ่งศูนย์ใดมีปัญหา ศูนย์อื่นๆ จะทำหน้าที่แทน ศูนย์สารสนเทศเหล่านี้เชื่อมโยง Web Sites ต่างๆ ทั่วโลกประมาณ 300 ล้านแห่ง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2,000 ล้านหน้า

ความนิยมใช้บริการ www.google.com ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นผลจากปัจจัยสำคัญอย่างน้อย 2 ปัจจัย ปัจจัยแรก ได้แก่ ความรวดเร็วในการให้ข้อมูลแก่ผู้ใช้บริการ ปัจจัยท่ี่สอง ได้แก่ ความเที่ยงตรงของข้อมูลที่ให้

ผู้ที่เข้าไปค้นข้อมูลใน Cyberspace ย่อมต้องการข้อมูลตรงต่อความต้องการในเวลาอันรวดเร็ว Search Engine ที่ผู้ใช้บริการเสื่อมความนิยม มักเป็นเพราะให้ข้อมูลไม่ตรงต่อคำไขหรือหัวข้อที่ค้น ซึ่งทำให้เสียเวลาในการค้นโดยใช่เหตุ

การที่มีผู้ใช้บริการ www.google.com เพิ่มขึ้นในอัตราสูง ทำให้ Google Inc มีรายได้จากการโฆษณาเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยที่รายได้จากการโฆษณาเป็นรายได้หลักทางธุรกิจ Search Engine

แต่การเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงสร้างปัญหาแก่ Google.Com ด้วยด้านหนึ่งมีผู้พยายามสร้างสารสนเทศลวง ด้วยวิธีการอันแยบยลเพื่อให้ติดอันดับ Web Sites ยอดนิยมของ Google.Com เพราะอันดับดังกล่าวมีผลต่อรายได้จากการโฆษณาของ Web Sites เหล่านั้น ในอีกด้านหนึ่ง Google Inc เริ่มถูกฟ้องฐานละเมิดกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา ดังที่ Overture Services คู่แข่งในธุรกิจ Search Engine ฟ้อง Google Inc ว่า นำเทคโนโลยีในการขาย Online Advertising ที่ Overture Services คิดค้นไปใช้โดยพลการ

การเชื่อมต่อ Web Sites ที่เป็นคู่ปรปักษ์ เริ่มสร้างปัญหาแก่ Google.Com ดังกรณีที่ Church of Scientology ฟ้อง Google Inc ในฐานละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะ Google.Com เผยแพร่ผลงานของ Church of Scientology ในส่วนที่สงวนลิขสิทธิ์ แต่เบื้องหลังการฟ้องร้องนี้ ก็คือ เมื่อมีผู้ต้องการเข้าสู่ Web Site ของ Church of Scientology www.google.com ช่วยเชื่อมโยงสู่ Operation Clambake ด้วย โดยที่ Operation Clambake เป็นคู่ปรปักษ์ของ Church of Scientology และวิพากษ์วิจารณ์ตลอดเวลาว่า Church of Scientology หิวเงินและเห็นแก่ได้

www.google.com เป็นที่นิยมของผู้ใช้บริการชาวจีน เพราะสามารถให้ข้อมูลข่าวสารภาษาจีนได้อย่างกว้างขวาง รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนจึงต้องตัดไฟแต่ต้นลม นับเป็น Search Engine หนึ่งเดียวที่ถูกรัฐบาลจีนเล่นงาน โดยที่ www.yahoo.com และ www.msn.com ไม่เคยต้องเผชิญชะตากรรมเช่นนี้

หมายเหตุ

1. ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับ Google Inc. ดู “Google Is Feeling Lucky”, BBC News (May 10,2002)

2. การเปลี่ยนแปลงการบริหารภายใน Google Inc. ดู “Google Profitable, New Chief Says”, BBC News (August 6, 2001)

3. ข่าวการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ของ Google Inc. ดู “Google Mulls Float Plans”, BBC News (June 24,2001)

4. ข้อมูลเกี่ยวกับยักษ์ใหญ่ในธุรกิจ Search Engine ดู

“World Wide Web Is 320 Million and Growing”, BBC News (April 3, 1998)

“Web Engines Could Do Better”, BBC News (July 7, 1999)

“Search Engine Seeks Billion URLS” BBC News (August 3, 1999)

5. รายงานข่าว Link Bombers เล่นงาน Google.Com ดู “Google Hit By Link Bombers”, BBC News (March 13, 2002)

6. รายงานข่าว Overture Services ฟ้อง Google Inc ดู “Google Sued By Its Rival”, BBC News (April 8, 2002)

7. รายงานข่าว Church of Scientology ฟ้อง Google Inc ดู “Scientology Church Fights Google,” BBC News (April 25, 2002)