ศูนย์อำนาจในระบบฟุตบอลโลก

การแข่งขันฟุตบอลโลก Premier League แห่งประเทศอังกฤษ ฤดูกาล 2545/2546 เริ่มต้นแล้วตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2545 การแข่งขันฟุตบอลอาชีพในประเทศอื่นๆ ในยุโรปเปิดฤดูใหม่ในเวลาใกล้เคียงกัน แต่ฤดู 2545/2546 ไม่คึกคักเท่าฤดู 2544/2545

ฤาตลาดฟุตบอลเข้าสู่ภาวะถดถอยดุจเดียวกับสังคมเศรษฐกิจโลก?

การแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2002 เพิ่งจบสิ้นลงเพียงเดือนเศษ ตามปกติตลาดฟุตบอลยุโรปจะมีอาการคึกคักภายหลังการแข่งขันฟุตบอลโลก เพราะจะมีการแย่งชิงกันซื้อนักฟุตบอลระดับดาราโลก และแย่งชิงกันซื้อผู้จัดการระดับโลก แต่ปี 2545/2546 หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ถึงจะมีนักฟุตบอลและผู้จัดการย้ายสโมสร แต่ก็ไม่คึกคักเท่าฤดู 2544/2545

www.soccernet.com ประมวลข้อมูลนักฟุตบอลที่ย้ายสโมสรตั้งแต่ก่อนการแข่งขันฟุตบอลฤดูใหม่ แม้จะมีนักฟุตบอลย้ายสโมสรจำนวนมาก แต่ราคาที่ซื้อขายกันมิได้ ‘เพื่อ’ ชนิดคาดไม่ถึง จะมีก็แต่ Rio Ferdinand ที่ Manchester United ซื้อจาก Leeds United ในราคาเกือบ 30 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง ในขณะที่ A.C. Milan ได้ตัว Rivaldo โดยไม่ต้องจ่ายเงินให้ Barcelona

ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสังคมเศรษฐกิจโลก มีผลกระทบต่อตลาดฟุตบอลยุโรปอย่างปราศจากข้อกังขา สโมสรฟุตบอลยุโรปพึ่งรายได้จากการถ่ายทอดโทรทัศน์ในสัดส่วนสำคัญ ความซบเซาทางเศรษฐกิจทำให้รายได้จากการโฆษณาของสถานีโทรทัศน์ตกต่ำ สถานีโทรทัศน์มิอาจทำหน้าที่ ‘อู่ข้าวอู่น้ำ’ ของสโมสรฟุตบอลได้อีกต่อไป การล้มละลายของ Kirch Group ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจสื่อสารมวลชนในเยอรมนีก่อผลกระทบลูกโซ่ต่อสโมสรฟุตบอลเยอรมัน การประเทศ ‘เบี้ยว’ สัญญาของ ITV กระทบต่อฐานะการเงินของสโมสรฟุตบอลใน Football League ในประเทศอังกฤษ ประเทศอื่นๆ ก็เผชิญชะตากรรมเดียวกัน

ในบรรดาประเทศมหาอำนาจด้านฟุตบอล อิตาลีมีอาการหนักมากกว่าประเทศอื่นๆ ความหย่อนยานและความไร้ประสิทธิภาพในการจัดการด้านการเงินของสโมสรฟุตบอลในอิตาลีกำลังกัดกร่อนฐานอำนาจของอิตาลีในระบบฟุตบอลโลก

ในฤดูการแข่งขัน 2543/2544 สโมสรฟุตบอลใน Serie A ขาดทุนรวมทั้งสิ้น 133 ล้านยูโร เมื่อรวมสโมสรฟุตบอลในทุกดิวิชั่นยอดขาดทุนสูงถึง 236 ล้านยูโร สโมสรที่มีปัญหาการเงินขั้นร้ายแรงมีทั้งสิ้น 23 สโมสร เป็นสโมสรใน Serie A 2 สโมสร Serie B 6 สโมสร และ Serie C 15 สโมสร สโมสรเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงดังเช่น Fiorentina ต้องตกชั้นอย่างรวดเร็ว อันเป็นผลจากความผิดพลาดในการจัดการด้านการเงิน Lazio และ A.S. Roma แม้จะอยู่ในฐานะดีกว่่า Fiorentina แต่ก็ต้องถือว่าอยู่ในภาวะวิกฤติ

Deloitte & Touche ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจการบัญชีระหว่างประเทศ ซึ่งมีความชำนัญพิเศษในการตรวจสอบฐานะการเงินของสโมสรฟุตบอล เคยกำหนด Rule of Thumb ว่า หากรายจ่ายค่าตอบแทน นักฟุตบอลสูงกว่า 50% ของรายได้สโมสร สโมสรฟุตบอลนั้นจะมีอาการน่าเป็นห่วง ข้อเท็จจริงปรากฏว่า รายจ่ายค่าตอบแทนนักฟุตบอลของสโมสร Parma สูงถึง 110% ของรายได้ ในขณะที่ Inter Milan และ Lazio สูงกว่า 80%

ในช่วงเวลา 4 ขวบปีที่ผ่านมานี้ ค่าตอบแทนนักฟุตบอลใน Serie A เพิ่มขึ้น 2 เท่า แต่รายได้สโมสรเกือบไม่เพิ่มเลย ด้วยเหตุดังนี้ สโมสรฟุตบอลในอิตาลีจึงต้องเผชิญวิกฤติการณ์การเงิน

การจ่ายค่าตอบแทนนักฟุตบอลในอัตราสูง เพื่อแย่งชิงดาราระดับโลก สร้างปัญหาทางการเงินแก่สโมสร Alvaro Becoba แห่งสโมสร Inter Milan ได้รับค่าตอบแทนสูงถึงปีละ 8 ล้านยูโร (ดูตารางที่ 1) ในฤดูการแข่งขัน 2544/2545 สโมสรฟุตบอลในอิตาลีใช้จ่ายเงินซื้อนักฟุตบอลประมาณ 300 ล้านยูโร โดยที่มีดาราฟุตบอล 9 คน ที่ต้องใช้เงินซื้อสูงกว่าคนละ 30 ล้านยูโร แต่วิกฤติการณ์การเงินทำให้สโมสรฟุตบอลอิตาลีสิ้นอำนาจซื้อในฤดูการแข่งขันใหม่นี้ ราคาที่ซื้อขายกันต่ำกว่าคนละ 10 ล้านยูโร

ลุ่มสมุทรเมดิเตอร์เรเนียนมีฐานะเป็นศูนย์อำนาจของระบบฟุตบอลโลก ทั้งอิตาลีและสเปนเป็น ‘อู่ข้าวอู่น้ำ’ ของนักฟุตบอลระดับดาราโลกจากทุกสารทิศ ทั้งละตินอเมริกา แอฟริกา อาเซียและยุโรปด้วยกันเอง ฝรั่งเศสมิได้มีฐานะเสมอด้วยอิตาลีและสเปน สโมสรฟุตบอลชั้นนำในอิตาลีและสเปนล้วนเป็น ‘เจ้าบุญทุ่ม’ ในการกว้านซื้อนักฟุตบอลระดับโลก ดังนั้น จึงมิใช่เรื่องน่าประหลาดใจที่ค่าตัวและค่าตอบแทนนักฟุตบอลในประเทศทั้งสองอยู่ในระดับสูงยิ่ง ประเทศที่อยู่ห่างจากอิตาลีและสเปนมากเพียงใด ค่าตัวและค่าตอบแทนนักฟุตบอลจะยิ่งลดต่ำลงมากเพียงนั้น

ความสำเร็จในการจัดตั้ง Premier League ในประเทศอังกฤษ อันเป็นผลจากความสำเร็จในการหารายได้จากการถ่ายทอดโทรทัศน์การแข่งขันฟุตบอลของ BSkyB ทำให้อังกฤษสามารถถีบตัวขึ้นมาเป็นศูนย์อำนาจของฟุตบอลโลก เคียงบ่าเคียงไหล่อิตาลีและสเปน

ปัจจัยสำคัญอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ยุโรปยังคงสามารถธำรงฐานะศูนย์อำนาจของฟุตบอลโลกได้ ก็คือ คำพิพากษาคดีบอสม็อง (Jean-Marc Bosman) โดยผลของคำพิพากษาคดีดังกล่าว นักฟุตบอลสามารถย้ายสโมสรได้โดยเสรี เมื่อสิ้นอายุสัญญาการจ้างงาน นอกจากนี้ นักฟุตบอลที่มีสัญชาติประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรปมีเสรีภาพในการเคลื่อนย้ายสโมสรภายในสหภาพยุโรปได้โดยเสรีด้วย ตลาดนักฟุตบอลจึงมีพลวัตการเคลื่อนย้ายแรงงาน (Labour Mobility) สูงยิ่ง แม้ว่าสมาคมฟุตบอลประเทศต่างๆ ในสหภาพยุโรปจะยังคงมีกฎข้อบังคับจำกัดจำนวนนักฟุตบอลต่างชาตินอกสหภาพยุโรป แต่กฎข้อบังคับดังกล่าวนี้กำลังถูกยกเลิกไปในอนาคตอันใกล้ ถึงเวลานั้นตลาดนักฟุตบอลในยุโรปจะมีความสมบูรณ์ในการแข่งขันมากขึ้น

คำพิพากษาคดีบอสม็องและการขจัดอุปสรรคกีดขวางการเข้าสู่ตลาดนักฟุตบอลในยุโรป (Barriers to Entry) ทำให้ยุโรปมีสภาพเป็น ‘หลุมดำ’ ที่ดูดดึงนักฟุตบอลระดับโลก เหตุปัจจัยดังกล่าวนี้ นอกจากจะทำให้ยุโรปสามารถธำรงฐานะศูนย์อำนาจในฟุตบอลโลกแล้ว ยังทำให้การแข่งขันภายในยุโรปทวีความเข้มข้นขึ้นเป็นอันมาก

วิกฤติการณ์การเงินของสโมสรฟุตบอลในอิตาลีกำลังทำลายอิตาลีในฐานะศูนย์อำนาจในฟุตบอลโลก ซึ่งมีนัยสำคัญว่า ศูนย์อำนาจของฟุตบอลโลกมิได้กระจุกอยู่ในลุ่มสมุทรเมดิเตอร์เรเนียนอีกต่อไป หากแต่กระจายตัวไปสู่ทะเลเหนือ (North Sea) อันเป็นฐานที่มั่นของอังกฤษด้วย

ในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจโลก ศูนย์อำนาจของระบบโลกเคยกระจุกอยู่ในลุ่มสมุทรเมดิเตอร์เรเนียน นับแต่ยุคสมัยของอียิปต์ กรีก โรมัน สเปน และโปรตุเกส แล้วเคลื่อนย้ายไปสู่เนเธอร์แลนด์ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 และอังกฤษในคริสต์ศตวรรษที่ 18

ฤาศูนย์อำนาจของฟุตบอลโลกกำลังเปลี่ยนแปลงในทิศทางเดียวกับศูนย์อำนาจของระบบโลก



หมายเหตุ

1. บทวิเคราะห์กีฬาฟุตบอลในระบบทุนวัฒนธรรม โปรดอ่าน รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ กีฬาในระบบทุนวัฒนธรรม (สำนักพิมพ์บ้านพระอาทิตย์ 2544)

2. คำพิพากษาคดีบอสม็อง โปรดอ่าน รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ “คดีบอสม็องกับฟุตบอลยุโรป” ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2539