เหตุใดประชาชนจึงไม่ควรเชื่อนายกรัฐมนตรี?

บทความนี้เขียนขึ้นตามหลักวิชา แต่ถ้าเจือปนด้วยดุลพินิจวิจารณญาณส่วนบุคคล และอคติ ก็เป็นเรื่องช่วยมิได้ ในเมื่อผู้เขียนเป็นปุถุชนผู้มีกิเลส ตัณหา และราคะ นายกรัฐมนตรีที่กล่าวถึงในบทความนี้มิได้ระบุเจาะจงว่าเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศใด หากแต่เป็นการกล่าวถึงนายกรัฐมนตรีโดยทั่วไป

ตามหลักวิชาของสำนักเศรษฐศาสตร์คลาสสิก นายกรัฐมนตรีเป็นคนเห็นแก่ได้ อาดัม สมิธ (Aam Smith) ปรมาจารย์ของวิชาเศรษฐศาสตร์กล่าวถึงมนุษย์ว่ามี Animal Spirit หากกล่าวโดยใช้ศัพท์วิชาการสมัยใหม่ นายกรัฐมนตรีต้องการแสวงหาอรรถประโยชน์สูงสุด (Utility Maximization)

ประชาชนก็เป็นสัตว์เศรษฐกิจและมีความเห็นแก่ได้ไม่แตกต่างจากนายกรัฐมนตรี หากเชื่ออาดัม สมิธ Animal Spirit ฝังอยู่ในจิตวิญญาณของประชาชน ไม่แตกต่างจากที่ฝังอยู่ในตัวนายกรัฐมนตรีเพียงแต่ฝังรากตื้นลึกแตกต่างกันเท่านั้น

เมื่อชนชั้นปกครอง ซึ่งรวมนายกรัฐมนตรีเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ในอีกด้านหนึ่ง ประชาชนซึ่งอยู่ใต้การปกครองก็เป็นสัตว์เศรษฐกิจ อะไรจะเกิดขึ้นในสังคม เมื่อสมาชิกทุกคนล้วนเป็นสัตว์เศรษฐกิจ และต่างเห็นแก่ได้ด้วยกันทั้งสิ้น

ในสังคมประชาธิปไตย ระบอบประชาธิปไตยมีกฎกติกาที่ควบคุมและกำกับประพฤติกรรมอันเกิดจากความเห็นแก่ได้ของสมาชิกในสังคม สังคมแต่ละสังคมมีจารีต ธรรมเนียม ประเพณี และขื่อแปที่ช่วยจัดระเบียบสังคม เพื่อสถาปนาศานติสุขในสังคมนั้น สถาบันในสังคมเหล่านี้ อาจสร้างสมานฉันท์และความศรัทธาในหมู่สมาชิก ซึ่งช่วยลดความไร้ระเบียบอันเกิดจากความเห็นแก่ได้ของมนุษย์ได้ในระดับหนึ่ง กระนั้นก็ตาม ความไม่เชื่อถือ ความไม่ศรัทธา และความไม่ไว้วางใจในหมู่สมาชิกในสังคมยังคงดำรงอยู่

ชนชั้นปกครองที่ชาญฉลาดต้องไม่ไว้ใจประชาชน ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ผู้นำชนเผ่า กษัตริย์ ประธานาธิบดี และนายกรัฐมนตรีจำนวนมากหลายถูกประชาชนโค่นล้มอำนาจ นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง ถึงจะไม่ชาญฉลาด หากมีเพียงความเฉลียวย่อมต้องตระหนักถึงความเป็นอนิจจังของอำนาจ มิควรคาดหมายว่าจะสามารถอยู่ในอำนาจยาวนานถึง 12 ปี 8 ปี หรือแม้แต่ 4 ปี เมื่อไรก็ตามที่นายกรัฐมนตรีเปล่งมธุรสวาจาว่าด้วยความคงทนของอำนาจ ประชาชนต้องสำเหนียกว่า นายกรัฐมนตรีของตนเป็นผู้นำที่บ้าอำนาจ อันพึงระมัดระวังอย่างยิ่ง

เมื่อประชาชนเป็นหอกข้างแคร่ของนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีพึงดำเนินการให้หอกนั้นไร้คม วิธีการที่ใช้ได้ผลแต่โบราณกาล ก็แต่โดยการดำเนินนโยบายที่ได้คะแนนนิยมทางการเมือง ผู้นำบางคนมีความจริงใจในการเอื้อสุขแก่ทวยราษฎร บางคนดำเนินนโยบายการผลิตบริการความสุขแก่ประชาชนแต่เพียงกระพี้ หากแต่เนื้อแท้ให้ความสุขเฉพาะแต่นายกรัฐมนตรีและบริวาร ความไม่สมบูรณ์ของสารสนเทศทำให้นายกรัฐมนตรีประเภทนี้ครองอำนาจได้ยาวนาน

ความไม่สมบูรณ์ของสารสนเทศ รวมทั้งลักษณะความไร้สมมาตรของสารสนเทศ นับเป็นเหตุผลสำคัญที่ประชาชนมิควรเชื่อนายกรัฐมนตรี ชนชั้นปกครอง ซึ่งรวมนายกรัฐมนตรี มักจะบริหารราชการแผ่นดินด้วยความไม่โปร่งใส บางครั้งอำพรางและบิดเบือนข้อมูล หากประชาชนหลงเชื่อ ก็จะตกสู่กับดักแห่งอวิชชาได้โดยง่าย ผู้นำหลายประเทศนิยมเดินทางเยือนประเทศพันธมิตร เมื่อขึ้นสู่ตำแหน่งใหม่ๆ การเดินทางเช่นนี้ นอกจากเป็นการกระชับสัมพันธไมตรีแล้ว ยังเป็นการขยายตลาดสินค้าออกในยุคสมัยที่ตลาดเป็นใหญ่ในมนุษยพิภพอีกด้วย ผู้นำบางประเทศถือโอกาสเจรจาธุรกิจส่วนบุคคลในการกระชับสัมพันธมิตรเช่นนี้ด้วย นับเป็นปฏิบัติการที่ก่อให้เกิด Economics of Scope โดยแท้

ประชาชนมิควรเชื่อนายกรัฐมนตรี เพราะนายกรัฐมนตรีที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจอาจใช้อำนาจไปในทางที่เกื้อผลประโยชน์ของตนเอง มิใช่เกื้อสุขของประชาชน ประชาชนที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจจะต้องกดดันให้นายกรัฐมนตรีดำเนินนโยบายเพื่อเกื้อสุขของประชาชน มิใช่เกื้อผลประโยชน์ของนายกรัฐมนตรี เพราะความสุขของประชาชนเป็นความสุขของแผ่นดิน

ประชาชนมิควรเชื่อนายกรัฐมนตรี เพราะนายกรัฐมนตรีอาจเป็นนักสร้างภาพ ซึ่งมิตรงต่อพื้นฐานแห่งความเป็นจริง นายกรัฐมนตรีหลายต่อหลายคนนิยมสร้างภาพเศรษฐกิจอันสดใสในอนาคต เพื่อให้ประชาชนหลงลืมความทุกข์และปัญหาในปัจจุบัน

นายกรัฐมนตรีบางคนนิยมอ้างหลักวิชาเพื่อให้ประชาชนหลงเข้าใจว่าได้ Philosopher-King มาเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่หลักวิชาที่อ้างล้วนเป็นหลักวิชาจอมปลอม

นายกรัฐมนตรีบางคนชอบคุยโม้ แต่การคุยโม้จะเป็นศิลปะการปกครองประเทศอันยอดเยี่ยม ก็ต่อเมื่อการคุยโม้นั้นไม่เกินกว่าระดับอุตมภาพ หากการคุยโม้มิได้มีมากจนเกินไป ประชาชนอาจหลงภูมิใจในตัวนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีผลต่อความคงทนแห่งอำนาจ เมื่อไรก็ตามที่การคุยโม้เกินกว่าระดับอุตมภาพ จนประชาชนเริ่มรู้สึกว่า สิ่งที่นายกรัฐมนตรีคุยนั้นเป็นเรื่องโม้ แทนที่การคุยโม้จะเพิ่มพูนศรัทธากลับบั่นทอนศรัทธาของประชาชนที่มีต่อนายกรัฐมนตรี

การคุยโม้มีส่วนที่คล้ายคลึงและแตกต่างจากการโกหกในด้านหนึ่ง การคุยโม้เหมือนกับการโกหกในข้อที่เป็นการกล่าวถึงสิ่งที่ไม่เป็นความจริง ต่างกันแต่ขนาดของความไม่เป็นจริงเท่านั้น หากการคุยโม้มีมากจนเกินไป การคุยโม้ย่อมเลื่อนตำแหน่งเข้าใกล้การโกหก ในอีกด้านหนึ่ง สังคมมนุษย์โดยทั่วไป รวมทั้งคำสอนของศาสนาต่างๆ ถือว่า การโกหกเป็นประพฤติกรรมที่ผิดจริยธรรม แต่การคุยโม้อาจเป็นประพฤติกรรมที่พอยอมรับได้ในเชิงจริยธรรม

ในทางการเมือง ประชาชนในประเทศต่างๆ มีความคาดหวังเกี่ยวกับบรรทัดฐานด้านจริยธรรมของผู้นำทางการเมือง การลงโทษผู้นำที่โกหกประชาชนมีตัวอย่างให้เห็นในประวัติศาสตร์ ดังกรณีประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน แห่งสหรัฐอเมริกา แต่ตัวอย่างเช่นนี้มีอยู่ไม่มาก ส่วนสำคัญเป็นเพราะประชาชนจับมิได้ไล่มิทัน เนื่องเพราะความไม่สมบูรณ์และความไร้สมมาตรของสารสนเทศนั่นเอง

ประชาชนมิควรเชื่อการชี้นำของนายกรัฐมนตรี เพราะนายกรัฐมนตรีในฐานะสัตว์เศรษฐกิจอาจมีเจตนาส่วนบุคคลซ่อนเร้น หรือมิฉะนั้นอวิชชาของนายกรัฐมนตรีอาจทำให้มีการชี้นำผิด

ประชาชนควรจะตั้งข้อกังขานายกรัฐมนตรีที่ออกมาชี้นำตลาดหลักทรัพย์และตลาดปริวรรตเงินตราว่า นายกรัฐมนตรีมีผลประโยชน์ส่วนบุคคลจากการซื้อขายหลักทรัพย์ และจากการซื้อขายเงินตราต่างประเทศหรือไม่

ประชาชนควรจะตั้งข้อกังขาเกี่ยวกับความสามารถของนายกรัฐมนตรีในการให้คำทำนายเศรษฐกิจ ในเบื้องต้น นายกรัฐมนตรีมีพื้นความรู้เกี่ยวกับศาสตร์แห่งการพยากรณ์มากน้อยเพียงใด คำพยากรณ์เศรษฐกิจในอดีตของนายกรัฐมนตรีถูกต้องแม่นยำหรือไม่

เชื่อนายกรัฐมนตรีโดยไม่ตั้งข้อกังขา อาจล่มจมได้

เลือกนายกรัฐมนตรีผิด อาจคิดจนตัวตายได้เช่นกัน