พอล ครุกแมน กับ ยอร์จ บุช จูเนียร์ ยอร์จ บุช จูเนียร์ ปราศรัยในตลาดหลักทรัพย์ Wall Street เมื่อวันอังคารที่ 9 กรกฎาคม 2545 แสดงความวิปริตกว่าประชาชนชาวอเมริกันอาจเสื่อมศรัทธาในระบบทุนนิยมเสรี เนื่องพราะการล้มละลายของบริษัทยักษ์ใหญ่บริษัทแล้วบริษัทเล่า อันเป็นผลจากการตกแต่งบัญชี ประพฤติมิชอบ และฉ้อโกงของผู้บริหาร บุชเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายเพื่อลงโทษทางอาญาผู้บริหารบริษัทเหล่านั้น พร้อมทั้งเทศนาเรื่องบรรษัทภิบาล (Good Corporate Governance) พอล ครุกแมน (Paul Krugman) ศาสตราจารย์ ปากหมา แห่ง M.I.T. ไม่เคยเรียกบุชว่าเป็นอัปรียชน แต่ครุกแมนก็ทนมิได้กับประพฤติกรรม มือถือสาก ปากถือศีล ของบุช ใครก็ตามที่ชมการถ่ายทอดโทรทัศน์การปราศรัยของบุชในตลาดหลักทรัพย์ Wall Street อาจหลงคิดว่า บุชเป็น Good Guy ใครเล่าจะคิดว่า คนที่มีหน้าตาดูซื่อๆ และเทศนาเรื่องบรรษัทภิบาลด้วยความเชื่อมั่น กำลังสวมหน้ากาก หากถอดหน้ากากออก ก็จะเห็นตัวตนที่แท้จริง ซึ่งมิได้แตกต่างจากผู้บริหาร Enron และ World.Com แต่คนที่อยู่ในเผ่าพันธุ์เดียวกับผู้บริหาร Enron และ World.Com นี้มิใช่หรือ ที่กำลังเรียกร้องให้ผู้บริหารบริษัททั้งหลายมีบรรษัทภิบาล ทั้งๆ ที่เขาควรจะเรียกร้องตนเองมากกว่าเรียกร้องผู้อื่น ครุกแมนรู้เห็นเช่นชาติและรู้เท่าทันบุช ชนิด ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ ครุกแมนจึงเขียนบทความเรื่อง Succeeding in Business ดักคอบุช เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2545 โดยที่ก่อนหน้านั้นเปิดโปงบุชในบทความเรื่อง Everyone Is Outraged เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ศกเดียวกัน ทั้งสองเรื่องตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ The New York Times ในปี 2529 ยอร์จ บุช จูเนียร์ ผู้มีปริญญา M.B.A. มีตำแหน่งเป็น C.E.O. ในบริษัทประกอบธุรกิจการพลังงานเล็กๆ ชื่อ Spectrum 7 แต่บุชต้องถือเป็นนักบริหารชั้นเลว เพราะ Spectrum 7 ขาดทุน บุชรอดตัวเนื่องจาก Harken Energy Corporation ซึ่งประกอบธุรกิจการพลังงานในมลรัฐเท็กซัส เข้ามาซื้อกิจการ Harken Eneergy Corp จ่ายเงินซื้อถึง 2 ล้านดอลลาร์อเมริกัน อันเป็นราคาที่สูงกว่าพื้นฐานที่เป็นจริง ทั้งนี้เข้าใจกันว่า Harken Energy Corp ต้องการสถาปนาความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์กับตระกูลบุช เพราะเวลานั้น พ่อของบุชเป็นใหญ่ในแผ่นดินสหรัฐอเมริกา เมื่อ Spectrum 7 ถูกครอบโดย Harken Energy Corp บุชตามเข้าไปเป็นกรรมการบริหารด้วย Harken Energy Corp มีปัญหาการขาดทุน แต่สามารถซ่อนเร้นปัญหาด้วยการขายบริษัทลูกชื่อ Aloha Petroleum ในปี 2532 ในเวลานั้น บุชนอกจากดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารแล้ว ยังร่วมอยู่ในคณะกรรมการตรวจสอบภายในด้วย Harken Energy Corp ใช้วิธีการฉ้อฉลในการกลบตัวเลขการขาดทุน กลุ่มผู้บริหาร Harken Energy Corp ยืมเงินจากบริษัทของตนมาซื้อ Aloha Petroleum ด้วยราคาสูงกว่าพื้นฐานที่เป็นจริง อันเป็นผลให้ Harken Energy Corp มีกำไรจากการขายบริษัทดังกล่าวถึง 10 ล้านดอลลาร์อเมริกัน ซึ่งตำประมาณ 75% ของผลขาดทุนในปี 2532 กลุ่มคนที่ซื้อ Aloha Petroleum พากันปั่นราคาหุ้นจนไต่สู่เพดานระดับสูง เมื่อราคาหุ้นสูงได้ที่แล้ว ก็พากันขายหุ้นทิ้ง เพราะคนกลุ่มนี้รู้ดีว่าเป็นราคาที่สูงกว่าพื้นฐานที่เป็นจริงมาก บุชร่วมสังฆกรรมในการหาประโยชน์จากข้อมูลภายใน (Inside Information) ครั้งนี้ด้วย โดยขายหุ้นสองในสามที่ถืออยู่ และได้เงิน 848,000 ล้านดอลลาร์อเมริกัน แต่บุชทำแฉเชือนไม่รายงานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ (Securities and Exchange Commission = SEC) กว่าจะส่งรายงานก็เป็นเวลาอีก 34 สัปดาห์ต่อมา บันทึกภายใน SEC ระบุว่า บุชกระทำผิดกฎหมาย แต่ไม่มีการลงโทษ เพราะพ่อของบุชเป็นใหญ่ในแผ่นดินสหรัฐอเมริกา SEC ตรวจสอบพบการให้กู้ยืมเงินและการขาย Aloha Petroleum ชนิดไม่ชอบมาพากลในภายหลัง จึงสั่งให้ Harken Energy Corp ปรับแก้ตัวเลขรายได้ของปี 2532 หนังสือพิมพ์ที่เปิดโปงประพฤติกรรมของบุชมิใช่ใครที่ไหนอื่น หากแต่เป็น The Wall Street Journal (March 4, 1995) และ The Washington Monthly บุชพยายามแก้ตัวเรื่องนี้ด้วยเหตุผลต่างๆ กัน ในการรณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าการมลรัฐเท็กซัสในปี 2537 บุชแก้ตัวว่า SEC ส่งแบบฟอร์มผิดมาให้กรอก เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2545 อรี เฟลชเชอร์ (Ari Fleischer) โฆษกทำเนียบขาวแก้ตัวว่าเป็นความผิดพลาดของทนายความบริษัท Harken Energy Corp การเปลี่ยนแปลงข้อแก้ตัวมิได้อาศัยศิลปะแห่งมุสาวาทะชั้นยอด ดังที่ครุกแมนกล่าวว่า ข้อแก้ตัวเปลี่ยนจาก The dog atc my homework มาเป็น My lawyer ate my homework four times. ครุกแมนชี้ให้เห็นว่า บุชมิใช่บุคคลเดียวในคณะรัฐบาลที่ถีบตัวขึ้นมามีฐานะร่ำรวยด้วยวิธีการอันน่ากังขา โธมัส ไวท์ (Thomas White) และดิก เชนีย์ (Dick Cheney) อยู่ในกลุ่มเดียวกับบุชด้วย เหตุใดบุชจึงมีความสามารถในการคัดสรรบุคคลที่มีโทษสมบัติ เมื่อมองจากสังคมโดยส่วนรวมมาร่วมสังฆกรรมได้? ไม่มีใครตอบได้ดีกว่าตัวบุชเอง หมายเหตุ บทความของพอล ครุกแมน ดู Paul Krugman, Everyone Is Outraged, The New York Times (July 2, 2002) Paul Krugman Succeeding in Business The New York Times (July 7, 2002)