ความเรียงว่าด้วย FIFA

ชื่อ FIFA ปรากฏควบคู่กับการแข่งขันฟุตบอลโลก เพราะ FIFA มีอำนาจผูกขาด (Monopoly Right) ในการจัดการแข่งขันดังกล่าวนี้

FIFA ย่อมาจากคำว่า Federation Internationale de Football Association แปลว่า สหพันธ์สมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1904 ในปัจจุบันมีสมาชิก 204 ประเทศ

FIFA มีสถานะเป็นองค์กรโลกบาล (World Governance) ทำหน้าที่จัดระเบียบการแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศ และดูแลกำกับและควบคุมให้ภาคีสมาชิกปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าว การจัดระเบียบดังกล่าวนี้มิได้จำกัดเฉพาะแต่กติการการแข่งขันเท่านั้น หากยังครอบคลุมเรื่องวินัยของนักฟุตบอลและสมาคมฟุตบอล รวมตลอดจนการควบคุมและกำกับตลาดนักฟุตบอลอีกด้วย

การจัดระเบียบการแข่งขันฟุตบอลมีทั้งระดับโลก ระดับภูมิภาคและระดับประเทศ องค์กรระดับภูมิภาค ได้แก่ UEFA หรือ Union of European Football Associations ซึ่งทำหน้าที่จัดระเบียบการแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศในยุโรป AFC หรือ Asian Football Confederation ซึ่งทำหน้าที่จัดระเบียบการแข่งขันฟุตบอลระหว่างประเทศในอาเซีย เป็นต้น การจัดตั้งองค์กรระดับภูมิภาคเพิ่งปรากฏเป็นรูปธรรมในปี 2497 ก่อนหน้านั้นมีเฉพาะสมาคมฟุตบอลระดับประเทศกับ FIFA ซึ่งเป็นองค์กรโลกบาลเท่านั้น ในปัจจุบันสมาคมฟุตบอลระดับประเทศนอกจากต้องเป็นภาคี FIFA แล้ว ยังต้องเป็นสมาชิกองค์กรฟุตบอลระดับภูมิภาคอีกด้วย

ด้วยเหตุที่การจัดระเบียบการแข่งขันฟุตบอลมีทั้งองค์กรระดับโลกและองค์กรระดับภูมิภาค ดังนั้น จึงต้องมีการขีดเส้นแบ่งอำนาจและหน้าที่อย่างชัดเจนระหว่าง FIFA กับองค์กรระดับภูมิภาคต่างๆ และต่างฝ่ายต่างต้องระมัดระวังมิให้มีการล้ำเส้น

ในฐานะองค์กรโลกบาลด้านฟุตบอล FIFA มีลักษณะเป็น Sport Cartel เพราะมีอำนาจผูกขาดในการจัดระเบียบกีฬาฟุตบอลและสามารถใช้อำนาจผูกขาดนี้หาผลประโยชน์ทางธุรกิจได้ ในการธำรงอำนาจผูกขาดดังกล่าวนี้ FIFA ต้องดำเนินการป้องปรามมิให้มีองค์กรใหม่ก่อเกิดขึ้นมาเพื่อแย่งชิงอำนาจการทำหน้าที่โลกบาลด้านกีฬาฟุตบอล หากการป้องปรามนี้ไม่มีประสิทธิผล FIFA ย่อมสิ้นอำนาจผูกขาด เพราะจะมีองค์กรใหม่ที่อ้างเป็นโลกบาลด้านกีฬาฟุตบอล กีฬาส่วนใหญ่มีองค์กรโลกบาลเพียงองค์กรเดียว เพราะประสบความสำเร็จในการสร้าง Effective Barriers to Entry แต่บางประเภทกลับมีองค์กรโลกบาลหลายองค์กร ตัวอย่างคลาสสิกได้แก่ กีฬามวยสากล ในกีฬาส่วนใหญ่แชมป์โลกจะมีคนเดียว ทีมเดียวหรือประเทศเดียว แต่ในกีฬามวยสากลแชมป์โลกมีหลายคน แม้ในพิกัดน้ำหนักรุ่นเดียวกัน ทั้งนี้เนื่องจากองค์กรโลกบาลในกีฬามวยสากลมีหลายองค์กรนั่นเอง

แม้ในปัจจุบัน FIFA มีฐานะเป็นองค์กรโลกบาลในกีฬาฟุตบอลเพียงองค์กรเดียว แต่ไม่มีหลักประกันว่า จะไม่มีองค์กรปรปักษ์ที่ถีบตัวขึ้นมาเป็นคู่แข่งของ FIFA ในอนาคต ประเด็นสำคัญขึ้นอยู่กับความสามารถของ FIFA ในการควบคุมองค์กรภูมิภาคมิให้แตกแถว หากสหพันธ์สมาคมฟุตบอลแห่งยุโรปสามารถจับมือกับสหพันธ์สมาคมฟุตบอลแห่งละตินอเมริกาแหกคอกไปจัดตั้งองค์กรโลกบาลใหม่ได้สำเร็จ FIFA ย่อมสิ้นความหมาย เพราะมหาอำนาจในกีฬาฟุตบอลอยู่ในยุโรปและละตินอเมริกา ด้วยเหตุดังนี้ FIFA จึงต้องรักษาความสัมพันธ์อันดีกับองค์กรระดับภูมิภาค และต้องแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างภูมิภาคอย่างเป็นธรรม สมานฉันท์ระหว่างองค์กรกีฬาฟุตบอลจะเป็น Barriers to Entry ที่ทรงประสิทธิผลยิ่ง

ด้วยเหตุที่ FIFA เป็นองค์กรโลกบาลในกีฬาฟุตบอลแต่เพียงองค์กรเดียว FIFA จึงมีอำนาจผูกขาดในสิทธิการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก สิทธิดังกล่าวนี้มีมูลค่าตลาดและสามารถใช้ไปในการแสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจได้ ในยุคสมัยที่ระบบทุนวัฒนธรรม (Cultural Capitalism) ยังไม่เบ่งบาน มูลค่าตลาดของสิทธินี้ย่อมอยู่ในระดับต่ำ แต่มีค่าเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของระบบทุนวัฒนธรรม

เมื่อระบบทุนนิยมหยั่งรากในกีฬาฟุตบอลลึกมากขึ้นเรื่อยๆ ประเทศต่างๆ พากันแย่งชิงกันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกเครือข่ายโทรทัศน์ต่างๆ แย่งชิงสิทธิในการถ่ายทอดโทรทัศน์ บริษัทธุรกิจต่างๆ แย่งชิงกันเป็นหุ้นส่วนทางการ (Official Partners) ของ FIFA หรือเป็นซัปพลายเออร์ทางการ (Official Suppliers) ของประเทศเจ้าภาพผู้จัดการแข่งขัน รวมตลอดจนแย่งชิงกันขออนุญาตใช้โลโก FIFA World Cup ประทับตราสินค้าที่จัดจำหน่าย

การเติบโตของระบบทุนวัฒนธรรมทำให้ FIFA สามารถหาผลประโยชน์ทางธุรกิจจากการแข่งขันฟุตบอลโลกได้ FIFA มิใช่องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร (Non-profie Organization) อีกต่อไป หากแต่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นบรรษัทระหว่างประเทศ (Multinational Corporation)

FIFA แตกต่างจากบรรษัทระหว่างประเทศทั้งปวง ในข้อที่ไม่ต้องมีทุนประกอบการมาก เพราะ FIFA เกือบไม่ต้องลงทุนใดๆ เพียงแต่ให้เช่าช่วงสิทธิในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกแก่เจ้าภาพประเทศหนึ่งประเทศใด การลงทุนในการสร้างสนามแข่งขันและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เป็นเรื่องของประเทศเจ้าภาพ มิใช่ภาระการลงทุนของ FIFA FIFA สามารถหารายได้จากการขายสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์แก่บรรษัทการตลาดกีฬาบรรษัทหนึ่งบรรษัทใด FIFA ได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ส่วนบรรษัทผู้ซื้อสิทธิดังกล่าวจะมีกำไรหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการขายสิทธินั้นแก่สถานีโทรทัศน์ในประเทศต่างๆ

ดังนี้ จะเห็นได้ว่า ฐานะทางธุรกิจของ FIFA อยู่ที่การมีอำนาจผูกขาดในสิทธิการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA จะธำรงอำนาจผูกขาดนี้ต่อไปได้ก็ต่อเมื่อ FIFA เป็นองค์กรโลกบาลในกีฬาฟุตบอลเพียงองค์กรเดียว การป้องปรามการก่อเกิดขององค์กรโลกบาลใหม่ จึงเป็นปมเงื่อนสำคัญในการธำรงอำนาจผูกขาดนี้

ในฐานะบรรษัทระหว่างประเทศ FIFA จะต้องดำเนินกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างน้อย 2 กลยุทธ์

กลยุทธ์แรก ได้แก่ การสร้าง FIFA World Cup ให้เป็นยี่ห้อระดับโลกหรือ Global Brand หากการสร้าง Golbal Brand ประสบผลสำเร็จ โดยที่ผู้บริโภคมีความภักดีต่อยี่ห้อ (Brand Loyalty) FIFA ย่อมมีรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำจากการขายยี่ห้อ แต่การสร้าง FIFA World Cup ให้เป็น Global Brand มีขอบเขตอันจำกัด อันเป็นผลจากการมีลักษณะฤดูกาล (Seasonality) ของสินค้าของ FIFA ทั้งนี้เพราะเหตุว่า สินค้าที่มียี่ห้อ FIFA World Cup จะขายได้เฉพาะในปีที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย แต่จะขายได้น้อยหรือขายไม่ได้เลยในอีก 3 ปีต่อมา

กลยุทธ์ที่สอง ได้แก่ การปรับเปลี่ยนกฎกติกาการแข่งขันฟุตบอล เพื่อให้การแข่งขันดูสนุกและเร้าใจ การปรับเปลี่ยนกฎกติกาการแข่งขันในลักษณะดังกล่าวนี้เกิดขึ้นในกีฬาทุกประเภท ที่ลักษณะความเป็นอาชีพ (Professiomalism) เบ่งบาน และการรุกคืบของระบบทุนนิยมหยั่งรากลึก

FIFA เหมือนกับบรรษัทระหว่างประเทศที่มีการแบ่งแยกระหว่างความเป็นเจ้าของ (Ownership) กับการควบคุมจัดการ (Control) แต่ต่างจากบรรษัทระหว่างประเทศที่มิได้ถูกกำกับ ตรวจสอบ และควบคุม ในกรณีของบรรษัทระหว่างประเทศ ผู้บริหารถูกกำกับ ตรวจสอบและควบคุมโดยผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ หากการบริหารหย่อนประสิทธิภาพหรือมีการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนบุคคลของผู้บริหาร บรรษัทดังกล่าวย่อมเกื้อแก่การถูกครอบกิจการ (Take-over) โดยคู่แข่ง

คำถามพื้นฐานมีอยู่ว่า ใครเป็นเจ้าของ FIFA

กล่าวโดยนิตินัย ผู้คนในมนุษยพิภพล้วนมีส่วนเป็นเจ้าของ FIFA แต่เมื่อพิจารณาในเชิงพฤตินัย ไม่มีใครเป็นเจ้าของ FIFA องค์กรโลกบาลด้านการกีฬาล้วนไม่ปรากฏผู้เป็นเจ้าของ ด้วยเหตุดังนี้ จึงไม่มีใครทำหน้าที่กำกับ ตรวจสอบ และควบคุมองค์กรเหล่านี้ สภาวะที่มีสุญญากาศแห่งการกำกับ ตรวจสอบ และควบคุมนี้เองเปิดช่องให้ผู้บริหารองค์กรโลกบาลด้านการกีฬาใช้อำนาจไปในทางฉ้อฉลอย่างสะดวกสบาย การฉ้อราษฎร์บังหลวงเป็นปรากฏการณ์ทั่วไป การรั่วไหลของทรัพยากรทางการเงินเป็นเรื่องปกติ ธรรมาภิบาล (Good Governance) ไม่ปรากฏในพจนานุกรมของผู้บริหารองค์กรโลกบาลเหล่านี้ และเป็นเรื่องยากที่จะสถาปนาธรรมาภิบาล ในเมื่อผู้บริหารองค์กรโลกบาลเหล่านี้ประกอบด้วยมนุษย์ขี้ฉ้อ

ลักษณะการแบ่งแยกระหว่างความเป็นเจ้าของกับการควบคุมจัดการ ทำให้ผู้บริหาร FIFA สามารถบริหารในทางเพิ่มพูนอรรถประโยชน์ของตนเองได้ (Managerial Utility Maximization) การเติบใหญ่ของระบบทุนวัฒนธรรมเพิ่มความมั่งคั่งแก่ FIFA อย่างมาก ทรัพยากรทางการเงินที่เพิ่มพูนขึ้นตกอยู่ในอำนาจของผู้บริหาร FIFA การใช้ทรัพยากรทางการเงินเหล่านี้ในการซื้อเสียงจากภาคีสมาชิกเป็นปรากฏการณ์ต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2517 เป็นต้นมา

เมื่อจาว ฮาเวอลางจ์ (Joao Havelange) แห่งบราซิล โค่นเซอร์สแตนลีย์ เราส์ (Sir Stanley Rous) แห่งสหราชอาณาจักรและยึดเก้าอี้ประธาน FIFA ในปี 2517 ได้ นับเป็นการสถาปนา ‘ราชวงศ์ฮาเวอลางจ์’ ใน FIFA ฮาเวอลางจ์ยึดเก้าอี้ FIFA ด้วย การซื้อเสียงจากภาคีสมาชิกในทวีปแอฟริกาและทวีปอาเซีย ในเมื่อ FIFA ยึดกฎการลงคะแนนเสียง ‘One Country, One Vote’ ฮาเวอลางจ์ให้สัญญาว่า ทีมฟุตบอลจากแอฟริกาและอาเซียจะได้เข้าแข่งขันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมากขึ้น อีกทั้งให้สัญญาว่า ประเทศด้อยพัฒนาด้านกีฬาฟุตบอลเหล่านี้จะได้รับเงินอุดหนุนจาก FIFA มากขึ้น

ในปี 2517 ระบบทุนวัฒนธรรมยังไม่เติบใหญ่ แต่ด้วยการชี้แนะของฮอร์สต์ แดสเลอร์ (Horst Dassler) ผู้ถือหุ้นใหญ่ใน Adidas และ ISL FIFA หารายได้จากการขายสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์การแข่งขันฟุตบอลโลกชนิดเป็นกอบเป็นกำ และฮาเวอลางจ์สามารถรักษาพันธสัญญาในการจ่ายเงินอุดหนุนแก่ภาคีสมาชิกที่ด้อยพัฒนาด้านฟุตบอลได้ ฮาเวอลางจ์ธำรงอำนาจการควบคุมจัดการ FIFA ด้วยการยึดกุมคะแนนเสียงของภาคีสมาชิกในแอฟริกาและอาเซีย

เมื่อฮาเวอลางจ์ลงจากเก้าอี้ประธาน FIFA ในปี 2541 เซ็ป แบล็ตเตอร์ (Sepp Blatter) สืบทอดอำนาจของ ‘ราชวงศ์ฮาเวอลางจ์’ ต่อมา โดยอาศัยยุทธวิธีเดียวกัน นั่นก็คือ การใช้ทรัพยากรทางการเงินของ FIFA ในการซื้อเสียง

FIFA จะยังคงเป็นองค์กรขี้ฉ้อแห่งมนุษยพิภพต่อไปอีกนานเท่านาน ตราบเท่าที่ยังไม่สามารถโค่นอำนาจของ ‘ราชวงศ์ฮาเวอลางจ์’ และไม่สามารถสถาปนาระบบธรรมาภิบาลในองค์กรโลกบาลแห่งนี้





ภาคผนวก

ประธาน FIFA

1904-1906 Robert Guerin ฝรั่งเศส

1906-1918 Daniel Woolfall อังกฤษ

1921-1954 Jules Rimet ฝรั่งเศส

1954-1955 Rodolphe Seeldrayers เบลเยียม

1956-1961 Arthur Drewry อังกฤษ

1961-1974 Sir Stanley Rous อังกฤษ

1974-1998 Joao Havelange บราซิล

1998-2006 Sepp Blatter สวิส