วีรชนสยาม สมภพเขินถูกยกเป็นฮีโร่เอเชีย หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2545 รายงานในกรอบเล็กๆ ด้วยพาดหัวข่าวข้างต้นนี้ เมื่อนิตยสาร Time (April 29, 2002) ยกย่องนายสมภพ จันทกา เป็นวีรชนอาเซีย (Asian Heroes) ร่วมกับ ผู้นำ ในประเทศต่างๆ ในอาเซียอีก 24 คน สมภพ จันทกาเป็นใคร มาจากไหน ผู้คนในสังคมไทยจำนวนน้อยนักที่รู้จักหรือเคยได้ยินชื่อเขา สื่อมวลชนไทยไม่เคยรายงานข่าวเกี่ยวกับกิจกรรมของเขา หากมิใช่เป็นเพราะได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Time สมภพ จันทกา คงไม่มีโอกาสปรากฏชื่อบนหน้าหนังสือพิมพ์ หรือปรากฏเป็นข่าวทางวิทยุและโทรทัศน์ สมภพ จันทกา เป็นผู้อำนวยการมูลนิธิลูกหญิง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เป็นนักพิทักษ์สิทธิมนุษยชน ผู้อุทิศชีวิตในการคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนมิให้ถูกล่วงละเมิดทางเพศและถูกหลอกให้ไปค้าประเวณี ตลอดช่วงเวลาอันยาวนานถึง 13 ปี แม้หลายครั้งหลายคราต้องเผชิญภัยคุกคามสวัสดิภาพแห่งชีวิตก็ตาม เขาเคยถูกเสนอชื่อให้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถึงสองครั้งสองครา ในจังหวะเวลาเดียวกับที่นิตยสาร Time ยกย่องสมภพ จันทกา เป็นวีรชนอาเซีย พิศิษฐ์ ชาญเสนาะ ได้รับรางวัล Goldman Environmental Prize ในฐานะผู้มีบทบาทในการอนุรักษ์ป่าชายเลนและปฏิสังขรณ์ระบบเศรษฐกิจชายฝั่งทะเลของประเทศไทย พิศิษฐ์ก่อตั้งสมาคมหยาดฝนในจังหวัดตรัง ในปี 2528 และมีบทบาทในการสร้างเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านภาคใต้ 13 จังหวัด เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลให้ยั่งยืน สมภพ จันทกา และพิศิษฐ์ ชาญเสนาะ นับเป็นวีรชนสยามแห่งปรัตยุบันสมัย วีรชนคนกล้ามีอยู่ทุกแห่งหนในสังคมสยาม ราษฎรในแต่ละชุมชนต่างรับรู้และตระหนักแก่ใจว่า ใครเป็นวีรชนคนกล้าของตน ในอดีตกาล ชนชั้นปกครองมีอำนาจผูกขาดในการชี้ว่า ใครเป็นวีรชนสยาม ด้วยการชี้ขาดและด้วยการใช้อำนาจรัฐของชนชั้นปกครอง รายชื่อวีรชนสยามถูกบรรจุไว้ในแบบเรียนประวัติศาสตร์ เพื่อให้เยาวชนท่องจำ ทั้งข้อมูลที่เป็นจริงและข้อมูลที่เสกสรรค์ขึ้นเพื่อบ่งบอก วีรกรรม ของ วีรชน เหล่านั้น การเติบใหญ่ของประชาสังคมทำให้ชนชั้นปกครองสิ้นอำนาจผูกขาดในการชี้ขาดว่า ใครเป็นวีรชนสยามอีกต่อไป ราษฎรมีสิทธิและเสรีภาพมากขึ้นในการเลือกวีรชนสยามของตนเอง เมื่อสังคมเศรษฐกิจสยามผนวกเข้ากับสังคมเศรษฐกิจโลก และระบบทุนนิยมสยามผนึกจนเกือบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับระบบทุนนิยมโลก พลังภายนอกสยามประเทศมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดว่า ใครเป็นวีรชนสยาม ไม่ว่าจะเป็นนิตยสาร Time หรือ Goldman Environmental Foundation การเติบใหญ่ของประชาสังคมและพลังเศรษฐกิจทุนนิยมโลก ไม่เพียงแต่กัดเซาะอำนาจผูกขาดของชนชั้นปกครองในการกำหนดวีรชนสยามเท่านั้น หากทว่ายังมีผลให้เกณฑ์ว่าด้วยวีรชนสยามแปรเปลี่ยนไปด้วย คำถามพื้นฐานในประเด็นนี้ก็คือ วีรกรรมอะไรบ้างที่ทำให้บุคคลมีสถานะเป็นวีรชน? ในอดีตกาล ผู้ที่มีบทบาทในการปกปักรักษาแผ่นดินและขับไล่อริราชศัตรูก็ดี ผู้นำในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งเอกราชอธิปไตยของประเทศก็ดี มักได้รับยกย่องเป็นวีรชน เมื่อระบบจักรวรรดินิยมในรูปแบบดั้งเดิมสิ้นพลัง การต่อสู้เพื่อความเป็นชาติและความมั่นคงแห่งชาติมิใช่เกณฑ์ในการกำหนดวีรชนอีกต่อไป วีรชนสมัยใหม่มักเป็นผู้นำการต่อสู้เพื่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนต่อสู้ในสงครามขจัดปัญหาความยากจน ต่อสู้ในสงครามสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ต่อสู้ในสงครามทางความคิด ต่อสู้ในสงครามวัฒนธรรม ต่อสู้ในสงครามเศรษฐกิจ ฯลฯ ประพฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้ได้รับยกย่องเป็นวีรกรรมสมัยใหม่ เมื่อนิยามของวีรกรรมเปลี่ยนแปลงไป เกณฑ์การคัดสรรวีรชนย่อมแปรเปลี่ยนไปด้วย คนที่จะเป็นวีรชนได้ ไม่เพียงแต่จะต้องมีประพฤติกรรมที่ถือเป็นวีรกรรมเท่านั้น หากยังต้องมีความยืนหยัดในการประกอบวีรกรรมดังกล่าวด้วย หากมิใช่ความยืนหยัดในการต่อสู้ ราษฎรในท้องถิ่นย่อมมองไม่เห็นวีรกรรม เมื่อราษฎรในท้องถิ่นมองไม่เห็นวีรกรรมเสียแล้ว จะให้ราษฎรท้องถิ่นอื่นมองเห็นกระไรได้ วีรกรรมต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาสังคม ผู้คนที่ได้รับยกย่องเป็นวีรชนมักประกอบกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาสังคม โดยมิได้หวังผลประโยชน์ส่วนบุคคล ในอดีตกาล วีรชนสยามอาจหาได้ในระบบราชการและในตลาดการเมือง ในปัจจุบัน ระบบราชการและตลาดการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐสภาสิ้นศักยภาพในการผลิตวีรชน ทุกวันนี้ หากต้องการหาวีรชนสยามจะต้องหาในภาคประชาสังคม นับวันผู้นำ NGOs คนแล้วคนเล่าได้รับยกย่องเป็นวีรชนสยามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลายคนประกอบวีรกรรมเพื่อสังคมสยามโดยได้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ แต่มิได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลสยาม มิไยต้องกล่าวว่า สมาชิกรัฐสภาบางภาคส่วนก่นประณาม NGOs โดนที่ตนประกอบแต่อัปรียกรรม รัฐบาลอารยประเทศมีระบบการจัดสรรงบประมาณที่เกื้อกูลให้ภาคประชาชนมีบทบาทในการพัฒนาประเทศร่วมกับรัฐบาล การจัดสรรงบประมาณแผ่นดินมิได้จำกัดเฉพาะส่วนราชการ หากแต่สามารถจัดสรรงบประมาณแก่ภาคประชาชนได้ด้วย วีรชนคนกล้าที่กระจัดกระจายอยู่ในชนบทสยามสมควรได้รับการเกื้อหนุนจากรัฐบาลในการประกอบวีรกรรม ในเมื่อวีรกรรมเหล่านั้นเป็นประโยชน์ต่อประชาสังคม และรัฐบาลมีความสามารถอันจำกัดในการประกอบวีรกรรม รัฐบาลและสำนักงบประมาณควรเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ว่าด้วยการจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน โดยไม่จำกัดเฉพาะส่วนราชการ รัฐบาลและสำนักงบประมาณควรเสาะหาวีรชนสยาม แล้วจัดสรรงบประมาณเพื่อให้คนเหล่านั้นประกอบวีรกรรมเพื่อประชาสังคม ทุกวันนี้ รัฐบาลประกอบทุรกรรมด้วยการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินเป็นเงินช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านที่มีผู้นำเผด็จการ เหตุใดรัฐบาลจึงหาช่องทางในการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินแก่ต่างประเทศได้ แต่กลับไม่พยายามปฏิรูประบบการงบประมาณ เพื่อเกื้อกูลการประกอบวีรกรรมของภาคประชาชน