อำนาจผูกขาดในตลาดการเมือง

การสังวาสระหว่างพรรคความหวังใหม่กับพรรคไทยรักไทย ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในตลาดการเมืองอย่างใหญ่หลวง เมื่อพรรคไทยรักไ่ทยในการประชุมพรรคเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2545 ตกลงเข้าครอบพรรคความหวังใหม่ ทั้งสองพรรคเพียงแต่ประกาศการสังวาสอย่างเป็นทางการเท่านั้น โดยที่การสังวาสมีมาแต่การเลือกตั้งเดือนมกราคม 2544 แล้ว เมื่อพรรคความหวังใหม่ต้องพึ่งถุงเงินทางผู้นำพรรคไทยรักไทย ดังที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถากถางอยู่เนืองๆ ว่า พรรคความหวังใหม่เป็นเพียงสาขาของพรรคไทยรักไทย การที่พรรคไทยรักไทยเข้าครอบพรรคความหวังใหม่ จึงช่วยให้ภาพของพรรคการเมืองไทยมีความโปร่งใสและชัดเจนขึ้น

สำหรับนักศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทย ชะตากรรมของพรรคความหวังใหม่มิใช่เรื่องน่าประหลาดใจแต่ประการใด เพราะพรรความหวังใหม่เป็นพรรคการเมืองของขุนศึก ซึ่งมีเส้นทางดุจเดียวกับพรรคเสรีมนังคศิลาของจอมพลป. พิบูลสงคราม พรรคสหภูมิและพรรคชาติสังคมของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ พรรคสหประชาไทยของกลุ่มถนอม-ประภาส พรรคปวงชนชาวไทยของพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก และตามมาด้วยพรรคสามัคคีธรรมของกลุ่ม จปร.5 พรรคการเมืองของขุนศึกเหล่านี้อาศัยธนานุภาพในการกว้านซื้อเหล่านักเลือกตั้งเพื่อยึดกุมอำนาจรัฐ โดยที่การเงินของพรรคปราศจากความโปร่งใสว่ามาจากแห่งหนใด บางพรรคถึงแก่มรณกรรมเมื่อผู้นำพรรคสิ้นอำนาจดังเช่น พรรคเสรีมนังคศิลา พรรคสหภูมิ พรรคชาติสังคม พรรคสหประชาไทย และพรรคสามัคคีธรรม แต่บางพรรคสิ้นชีพเนื่องเพราะสิ้นสายป่านทางการเงิน พรรคความหวังใหม่เจริญรอยตามพรรคปวงชนชาวไทยบนเส้นทางนี้

ภายหลังการเลือกตั้งเดือนมกราคม 2544 พรรคไทยรักไทยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรวมทั้งสิ้น 248 คน คิดเป็นร้อยละ 49.6 ของจำนวน ส.ส. รวม จำนวน ส.ส. ของพรรคไทยรักไทยมีมากเกือบเป็นสองเท่าของพรรคประชาธิปัตย์ (ดูตารางที่1) พรรคไทยรักไทยอาศัยยุทธวิธีการครอบพรรคและกลุ่มการเมือง (Take-over) เริ่ม

ต้นด้วยพรรคเสรีธรรม (จำนวน ส.ส. 14 คน) เมื่อพรรคถิ่นไทยถูกยุบพรรค ส.ส. สังกัดพรรคถิ่นไทย (จำนวน 1 คน) เข้าพรรคไทยรักไทย การครอบพรรคความหวังใหม่นับเป็นการครอบพรรคที่มีขนาดใหญ่กว่าการครอบพรรคก่อนหน้านี้

ภายหลังการครอบพรรคความหวังใหม่ พรรคไทยรักไทยจะมี ส.ส. รวมทั้งสิ้น 291 คน คิดเป็นร้อยละ 58.2 ของจำนวน ส.ส.รวม (ดูตารางที่ 2) จำนวน ส.ส. 291 คนนี้คำนวณจากข้อสมมติที่ว่า มีส.ส.พรรคความหวังใหม่ย้ายเข้าพรรคไทยรักไทยเพียง 33 คน (จากจำนวนรวม 36 คน) ด้วยยุทธวิธี Merger and Acquisition (M&A) พรรคไทยรักไทย คืบคลานเข้าไปยึดพื้นที่ในสภาผู้แทนราษฎรได้มากขึ้นเรื่อยๆ

พรรคไทยรักไทยมิได้เพิ่งเลือกใช้ยุทธวิธี M&A ภายหลังการเลือกตั้งเดือนมกราคม 2544 หากแต่ใช้ยุทธวิธีนี้มาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งดังกล่าวนี้แล้ว กำลังพลของพรรคไทยรักไทยมีที่มาอยู่ 2 ส่วน กำลังพลพื้นฐานมาจากการเมืองในพรรคพลังธรรม ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวผู้มีบทบาทขับเคลื่อนขบวนการสิทธิเสรีภาพยุคตุลาคม 2516 กำลังพลอีกส่วนหนึ่งมาจากการกว้านซื้อกลุ่มการเมืองต่างๆ โดยหวังชัยชนะในการเลือกตั้งเป็นด้านหลัก ในแง่นี้ ไทยรักไทยมิได้แตกต่างจากอภิมหาพรรคในอดีตกระบวนการกว้านซื้อนักการเมืองและกลุ่มการเมือง โดยวางเข็มมุ่งสู่ชัยชนะในการเลือกตั้ง ทำให้พรรคไทยรักไทยมิอาจ คิดใหม่ ทำใหม่ ได้ในเมื่อเหล่านักเลือกตั้งเผ่ายี้พากันตบเท้าเข้าพรรคไทยรักไทยจำนวนมาก

การครอบพรรคเสรีธรรมและพรรคความหวังใหม่ ยิ่งทำให้พรรคไทยรักไทยมีภาพลักษณ์แห่งความเป็นยี้มากขึ้น จนในท้ายที่สุดพรรคไทยรักไทยเป็นฐานที่มั่นของ

กลุ่มยียาธิปไตย การครอบพรรคการเมืองทั้งสองมีผลต่อโครงสร้างอำนาจภายในพรรคไทยรักไทยเอง เนื่องเพราะจำนวนมุ้ง การเมืองเพิ่มขึ้น ไม่เพียงแต่อำนาจสัมพัทธ์

ของกลุ่มวังน้ำเย็นจะถูกลดทอนลงเท่านั้น หากแต่ฐานกำลังพื้นฐานอันมิใช่กลุ่มยียาธิปไตยมิอาจรอดพ้นกระบวนการทอนกำลังอีกด้วย การเปลี่ยนแปลงดุลยภาพภายในพรรคไทยรักไทยดังกล่าวนี้ อาจทำให้มีการจับขั้วภายในพรรคใหม่ กว่าจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นคงกินเวลานานนับปี ไม่ว่าการณ์จะเป็นประการใดก็ตาม การแย่งชิงผลประโยชน์ภายในพรรคจะทวีความรุนแรงและเข้มข้นมากขึ้นตามลำดับ

การเติบใหญ่ของพรรคไทยรักไทยด้วยยุทธวิธีควบและครอบพรรค (M&A) เป็นผลจากโครงสร้างสิ่งจูงใจที่แฝงอยู่ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีอคติว่าด้วยขนาดของพรรค (Size Bias) มากกว่ารัฐธรรมนูญฉบับใดๆ โดยยึดฐานคติว่า พรรคใหญ่ดีกว่าพรรคเล็ก ซึ่งสืบเนื่องจากฐานคติอีกชุดหนึ่งที่ว่า ระบบทวิพรรค (Bi-Party System) ดีกว่าระบบพหุพรรค (Multi-Party System)

ภายหลังการครอบพรรคความหวังใหม่ หัวหน้าพรรคไทยรักไทยกล่าวอย่างลิงโลดว่า บัดนี้การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงเป็นสองขั้วแล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การเมืองไทยกำลังแปรสู่ระบบทวิพรรค อันประกอบด้วยพรรคไทยรักไทยกับพรรคการเมืองอื่นที่มิใช่พรรคไทยรักไทย แต่คำถามพื้นฐานมีอยู่ว่า ระบบทวิพรรคดีกว่าระบบพหุพรรคอย่างไร?

ระบบทวิพรรคเกื้อกูลการบริหารราชการแผ่นดินให้มีประสิทธิภาพมากกว่าระบบพหุพรรคได้อย่างไร ภายใต้ระบบทวิพรรค คนจนจะหายจนหรือไม่ การกระจายรายได้จะมีความเป็นธรรมมากขึ้นหรือไม่ ระบบเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวจากวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจรวดเร็วขึ้นหรือไม่ และสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนสถาพรได้หรือไม่ ไม่มีงานวิชาการใดๆ ที่จะยืนยันด้วยประจักษ์พยานข้อเท็จจริงว่า ระบบทวิพรรคดีกว่าระบบพหุพรรคในประเด็นต่างๆ เหล่านี้

ข้อที่มีการกล่าวอ้างกันอยู่เสมอ ก็คือ การเมืองภายใต้ระบบทวิพรรคจะมีเสถียรภาพมากกว่าระบบพหุพรรค เมื่อสังคมการเมืองไทยคงเหลือพรรคการเมืองขนาดใหญ่เพียง 2-3 พรรค โอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวย่อมมีมากขึ้น และถึงจะต้องจัดตั้งรัฐบาลผสมจำนวนพรรคการเมืองที่จะร่วมผสมรัฐบาลย่อมมีน้อยลง และนี่เองที่ทำให้นักวิชาการจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า การเมืองภายใต้ระบบทวิพรรคจะมีเสถียรภาพมากกว่าระบบพหุพรรค

แต่มายาคติของความเชื่อข้างต้นนี้เป็นผลจากการมองข้ามข้อเท็จจริงที่ว่า แม้ว่าจำนวนพรรคการเมืองจะลดน้อยลง แต่จำนวนมุ้งการเมืองภายในพรรคไทยรักไทยกลับเพิ่มพูนขึ้น กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ แม้ว่าจำนวนพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะลดลง เนื่องจากพรรคไทยรักไทยควบพรรคความหวังใหม่ และโอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลจะลดทอนลง เนื่องจากจำนวนพรรคร่วมรัฐบาลลดลง แต่โอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงภายในพรรคไทยรักไทยกลับเพิ่มพูนขึ้น เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวน มุ้ง การเมืองภายในพรรคไทยรักไทยนั้นเอง

หากความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลเป็นปัจจัยสำคัญที่สั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลในระบบพหุพรรค ความขัดแย้งระหว่าง มุ้ง การเมืองภายในพรรคไทยรักไทยจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลทักษิณ

พรรคไทยรักไทยเติบใหญ่ด้วยยุทธวิธีควบและครอบพรรคความเป็นอภิมหาพรรคของไทยรักไทยเพิ่มพูนขึ้นอีกมากภายหลังการครอบพรรคความหวังใหม่ สัดส่วนจำนวนที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มพูนจาก 49.6% (ดูตารางที่ 1) เป็น 58.2% (ดูตารางที่ 2) แสดงให้เห็นว่า พรรคไทยรักไทยมีอำนาจผูดขาดในตลาดการเมืองมากขึ้น

ในตลาดนักการเมือง พรรคไทยรักไทยกลายเป็นผู้ซื้อนักการเมืองรายใหญ่ อำนาจผูกขาดที่มีมากขึ้นทางพรรคไทยรักไทยทำให้สามารถกด ราคา นักการเมืองให้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็นได้ในเมื่อไม่มีกฎหมายป้องกันการผูกขาดในตลาดการเมือง (Political Anti-Trust Law) ดุจเดียวกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ซึ่งบังคับใช้กับตลาดสินค้าและบริการ พรรคไทยรักไทยย่อมไม่ถูกกล่าวหาว่าค้ากำไรเกินควรในตลาดนักการเมือง

เมื่อพิจารณาจากแง่มุมของประชาชน ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรบ้างจากการเติบใหญ่ของพรรคไทยรักไทย และจากการแปรเปลี่ยนของสังคมการเมืองไปสู่ระบบทวิพรรค แต่สิ่งที่่ประชาชนต้องสูญเสียไปอย่างแน่นอนก็คือ การสูญเสียเสรีภาพในการเลือก (Freedom of Choice) ไม่เพียงแต่จำนวนพรรคการเมืองที่มีให้เลือกจะมีน้อยลงเท่านั้น หากทว่าเมนูนโยบาย (Policy Menu) ที่พรรคการเมืองเสนอให้เลือกจะมีน้อยลงด้วย

ด้วยยุทธวิธีควบคุมและครอบพรรค ไทยรักไทยมิได้อำพรางลักษณะความเป็นยี้ของพรรคอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งมิได้สนใจว่าเหล่านักเลือกตั้งที่พรรคไทยรักไทยอาศัยธนานุภาพในการดูดเข้าพรรคมีความสะอาดมากน้อยเพียงใด ระบอบการเมืองการปกครองภายใต้รัฐบาลไทยรักไทยมิอาจปฏิรูปไปสู่ระบอบประชาธิปไตยได้ ในเมื่อเหล่านักเลือกตั้งในสัดส่วนสำคัญในพรรคไทยรักไทยต้องการธำรงระบอบยียาธิปไตย อันเป็นระบอบการเมืองการปกครองของยี้ โดยยี้ และเพื่่อยี้



หมายเหต

1. บทวิเคราะห์พรรคไทยรักไทย โปรดอ่าน รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ ไทยรักไทยในฐานะอภิมหาพรรคผู้จัดการรายวัน ฉบับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2544

2. อคติว่าด้วยขนาดพรรคในรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 โปรดอ่าน

รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ อคติว่าด้วยขนาดของพรรคการเมืองผู้จัดการรายวัน ฉบับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2544

3. ระบบการเลือกตั้งแบบ Party List เกื้อประโยชน์พรรคการเมืองขนาดใหญ่ และลงโทษพรรคการเมืองขนาดเล็กอย่างไร โปรดอ่าน รังสรรค์ ธนะพรพันธ์ุ Party List ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันที่ 19 เมษายน 2544

4. บทความทั้งสามเรื่องที่อ้างอิงข้างต้นรวมพิมพ์ไว้ในหนังสือของ

รังสรรค์ ธนะพรพันธ์ุ คู่มือการเมืองไทย (โครงการจัดพิมพ์คบไฟ 2544)



ตารางที่ 1
จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
การเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 6 และ 29 มกราคม 2544
จำแนกตามพรรคและระบบการเลือกตั้ง
พรรค จำนวน ส.ส. จำนวน ส.ส. รวม
ระบบัญชีรายชื่อ ระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน %

1.ไทยรักไทย 48 200 248 49.6
2. ประชาธิปัตย์ 31 97 128 25.6
3. ชาติไทย 6 35 41 8.2
4. ความหวังใหม่ 8 28 36 7.2
5. ชาติพัฒนา 7 22 29 5.8
6. เสรีธรรม - 14 14 2.8
7. กิจสังคม - 1 1 0.2
8. ราษฎร - 2 2 0.4
9. ถิ่นไทย - 1 1 0.2
รวม 100 400 500 100
ที่มา คณะกรรมการการเลือกตั้ง

ตารางที่ 2
จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
พรรคไทยรักไทยและพรรคประชาธิปัตย์
ณ วันที่ 23 เมษายน 2545
จำนวน ส.ส. จำนวน ส.ส. รวม
พรรค ระบบบัญชีรายชื่อ ระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน %

ไทยรักไทย 53 238 291 58.2
ประชาธิปัตย์ 31 98 129 25.8
รวม 2 พรรค 84 336 420 84
พรรคอื่นๆ 13 (16) 64 80 16
รวมทั้งสิ้น 100 400 500 100
ที่มา สอบถามจากเจ้าหน้าที่พรรคทางโทรศัพท์ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2545
พรรคไทยรักไทย โทร. 0-2668-2000
พรรคประชาธิปัตย์ โทร. 0-2278-4042

หมายเหตุ 1. ก่อนการครอบพรรคความหวังใหม่ พรรคไทยรักไทยมี ส.ส.จำนวนรวมทั้งสิ้น 258 คน ในจำนวนนี้เป็น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 48 คน
2. ข้อมูลพรรคไทยรักไทยคำนวณจากข้อสมมติที่ว่า มี ส.ส.พรรคความหวังใหม่ย้ายเข้าพรรคไทยรักไทยเพียง 33 คน อันประกอบด้วย ส.ส.ระบบแบ่งเขต 28 คน และ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 5 คน (อีก 3 คนมิได้ย้ายตามพรรค)