Arthur Andersen กำลังเดินลงหลุมฝังศพ?

วงวิชาการอเมริกันนำเสนอคำทำนายว่า Arthur Andersen กำลังเดินลงหลุมฝังศพ

โรมัน เวล (Roman L. Weil) ศาสตราจารย์วิชาการบัญชีแห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ The Washington Post (January 16, 2002) ว่า โอกาสที่ Arthur Andersen จะมีชีวิตรอดมีเพียง 50%

เอ็ดเวิร์ก เคิตส์ (Edward Kertz) รองศาสตราจารย์วิชาการบริหารธุรกิจแห่ง Pennsylvania State University กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ Arthur Andersen อาจต้องม้วนเสื่อ (The New York Times, January 13, 2002)

เหตุใดยักษ์ใหญ่ในธุรกิจการบัญชีระหว่างประเทศ ดังเช่น Arthur Andersen จึงตกอยู่ในสภาพ ลูกผีลูกคน เช่นนี้

การล้มละลายของ Enron บรรษัทยักษ์ใหญ่ในธุรกิจพลังงานและแก๊สธรรมชาติในเดือนธันวาคม 2544 ส่งผลกระทบต่อ Arthur Andersen โดยตรง เพราะ Arthur Andersen เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของ Enron และให้การรับรองงบดุลและรายงานการเงินของ Enron ทั้งๆ ที่ผู้บริหาร Enron นับตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา ตกแต่งบัญชี ทั้งนี้ด้วยการจัดตั้งบริษัทลูกจำนวนมากและผันสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากบริษัทแม่ไปสู่บริษัทลูก ประกอบกับ Enron ขยายกิจการรวดเร็วเกินไป และรุกคืบไปประกอบธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูงมากขึ้นๆ จนสร้างความง่อนแง่นแห่งฐานะการเงิน แต่ด้วยกลวิธีการตกแต่งบัญชีที่แยบยล งบดุลและรายงานการเงินของ Enron จึงปรากฏตัวเลขกำไรสูงกว่าความเป็นจริง และปรากฏภาระหนี้สินต่ำกว่าความเป็นจริง

Arthur Andersen รับรองงบดุลและรายงานทางการเงินของ Enron ทั้งๆ ที่ระแคะระคายความไม่ชอบมาพากลทางการเงินเพียงเท่านี้ก็นับว่าเลวร้ายอยู่แล้ว แต่ภาวะ ลูกผีลูกคน เลวร้ายยิ่งขึ้น เมื่อผู้บริหารระดับสูงส่งทำลายเอกสารและ e-mail เกี่ยวกับ Enron นับพันรายการ ทั้งๆ ที่คณะกรรมาธิการหลักทรัพย์และปริวรรต (Securities and Exchange Commission) กำลังเข้าไปไต่สวน Arthur Andersen เกี่ยวกับการตรวจสอบบัญชี Enron อยู่แล้ว

วุฒิสมาชิกโจเซฟ ลิบเบอร์แมน (Joseph Lieberman) ประธานคณะกรรมาธิการไต่สวนการล้มละลายของ Enron กล่าวถึงการทำลายพยานเอกสารของ Arthur Andersen ว่าอาจถือเป็นการขัดขวางกระบวนการยุติธรรมได้ ซึ่งหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริงเช่นนี้ ก็จะต้องถูกลงโทษอย่างรุนแรง ข้อเท็จจริงที่เปิดเผยในเวลาต่อมาปรากฏว่า Arthur Andersen ทำลายเอกสารเกี่ยวกับ Enron ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2544 แล้ว เมื่อเป็นที่แน่ชัดว่า Enron กำลังเดินลงหลุมฝังศพ

Arthur Andersen แก้เกี้ยวด้วยการไล่เดวิด ดันคัน (David B. Duncan) ออกจากการเป็นหุ้นส่วนเมื่อต้นเดือนมกราคม 2545 ดันคันเป็นพนักงาน Arthur Andersen ตั้งแต่ปี 2524 และเขยิบฐานะเป็นหุ้นส่วนการบัญชีในปี 2538 โดยที่รับผิดชอบการตรวจสอบบัญชีของ Enron นับตั้งแต่ปี 2540 จวบจน Enron ล้มละลายในเดือนธันวาคม 2544 ดันคันถูกไล่ออกในฐานต้องสงสัยว่าเป็นผู้สั่งทำลายเอกสารเกี่ยวกับ Enron นอกเหนือจากความรับผิดชอบในการตรวจสอบบัญชี Enron

บทบาทของ Arthur Andersen ในกรณีการล้มละลายของ Enron ทำให้ Arthur Andersen ตกเป็น จำเลย ของสังคมอเมริกัน ซึ่งตั้งข้อกังขาในความเป็นมืออาชีพและมาตรฐานการตรวจสอบบัญชีของ Arthur Andersen Enron มิใช่ยักษ์ใหญ่บริษัทแรกที่ล้มละลาย ภายใต้การตรวจสอบบัญชีของ Arthur Andersen ในปี 2544 Arthur Andersen ต้องจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายอันเป็นผลจากความบกพร่องในการตรวจสอบบัญชีถึง 2 กรณี

กรณีแรก ผู้ถือหุ้น Sunbeam Corp ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจาก Arthur Andersen ในข้อหารับรองบัญชีที่แสดงตัวเลขกำไรเกินความเป็นจริง Arthur Andersen ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 110 ล้านดอลลาร์อเมริกัน เพื่อยุติคดีในเดือนพฤษภาคม 2544 อนึ่ง ผู้ถือหุ้นได้ฟ้องร้องผู้บริหาร Sunbeam Corp ด้วย โดยที่อัลเบิร์ต ดันแลป (Albert J. Dunlap) อดีต CEO ยอมจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายจำนวน 15 ล้านดอลลาร์อเมริกัน เมื่อกลางเดือนมกราคม 2545

กรณีที่สอง ผู้ถือหุ้น Waste Management Inc. บริษัทผู้ประกอบธุรกิจการกำจัดขยะที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 220 ล้านดอลลาร์อเมริกันในฐานที่ Arthur Andersen รับรองบัญชีที่จัดทำจากข้อมูลที่เป็นเท็จ จนทำให้ Waste Management Inc. มีรายได้สูงกว่าความเป็นจริงมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์อเมริกัน Arthur Andersen ยุติคดีด้วยการจ่ายเงินชดเชยความเสียหายจำนวนหนึ่งแก่ผู้ถือหุ้น Waste Management Inc. และจ่ายค่าปรับจำนวน 7 ล้านดอลลาร์อเมริกันแก่ SEC (US Securities and Exchange Commission)

การล้มละลายของ Enron ทำให้ Arthur Andersen ต้องเผชิญศึกหนักอย่างแน่นอน บรรดานักลงทุนที่ซื้อหลักทรัพย์ของ Enron เพราะเชื่อว่า Enron มีฐานะการเงินอันมั่นคง อันเป็นผลจากการรับรองบัญชีของ Arthur Andersen ต่างเข้าคิวฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจาก Arthur Andersen ดุจเดียวกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต

แต่การทำลายเอกสารเกี่ยวกับ Enron ทำให้ Arthur Andersen กลายเป็นเป้าแห่งการตรวจสอบ ทั้งจาก SEC กระทรวงยุติธรรม คณะกรรมาธิการชุดต่างๆ ทางรัฐสภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ข้อหาการขัดขวางกระบวนการยุติธรรมนับเป็นข้อหาร้ายแรงยิ่ง

ความเป็นมืออาชีพและมาตรฐานการตรวจสอบบัญชีของ Arthur Andersen ก็ต้องถูกตรวจสอบด้วย เพราะความบกพร่องในการตรวจสอบบัญชีของ Arthur Andersen ปรากฏให้เห็นด้วยความถี่สูงยิ่งในระยะหลังนี้ สาธารณชนเริ่มตั้งข้อกังขาว่า การตรวจสอบบัญชีของ Arthur Andersen อาศัยระบบพวกพ้อง (Cronyism) หรือไม่ ระบบพวกพ้องในการตรวจสอบบัญชี ก็คือ ระบบการรับรองบัญชีของบริษัทที่เป็นพวกพ้อง โดยมิได้เข้มงวดในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ช่วงเวลานับตั้งแต่นี้ไป สื่อมวลชนอเมริกันจะตรวจสอบการทำงานของ Arthur Andersen มากขึ้น เพราะความเสียหายอันเกิดจากความผิดพลาดในการตรวจสอบบัญชี มิใช่ความเสียหายที่เกิดแก่ Arthur Andersen และบริษัทที่ Arthur Andersen รับจ้างตรวจสอบบัญชีเท่านั้น หากยังสามารถสร้างความเสียหายแก่สาธารณชนและสังคมโดยส่วนรวมได้ด้วย ข้อเท็จจริงที่ว่า ริชาร์ด คอซีย์ (Richard A. Causey) พนักงานการบัญชีระดับ CAO (Chief Accounting Officer) ของ Enron เคยเป็นพนักงานของ Arthur Andersen มาก่อน ยิ่งเสริมพลังการตรวจสอบการทำงานของ Arthur Andersen มากยิ่งขึ้น

Arthur Andersen ตระหนักดีว่า การเสื่อมเสียชื่อเสียงอันเป็นผลจากความบกพร่องในการตรวจสอบบัญชี จะมีผลต่อผลการประกอบการและลูกค้าพากันหน่ายหนี เพราะนักลงทุนที่กำลังตัดสินใจซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทใด หากพบว่า Arthur Andersen เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีบริษัทนั้น ก็คงต้องมีข้อกังขาในดวงจิต บริษัทที่ต้องการระดมเงินทุนจากตลาดหลักทรัพย์หรือกู้เงินจากตลาดการเงิน ก็ต้องแสวงหาผู้ตรวจสอบบัญชีที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่า Arthur Andersen

ในบรรดาบรรษัทการบัญชีระหว่างประเทศยักษ์ใหญ่ 5 บรรษัท ที่เรียกกันว่า The Big Five นั้น Arthur Andersen มีลูกค้าที่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่น้อยที่สุดอยู่แล้ว ในจำนวนนี้ได้แก่ Abbott Labs, Merck, American Home Products และ Oracle นับตั้งแต่มีข่าวว่า Arthur Andersen ทำลายเอกสารและ e-mail เกี่ยวกับ Enron บรรษัทยักษ์ใหญ๋ที่เป็นลูกค้าของ Arthur Andersen เริ่มต้องทบทวนการแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี Arthur Andersen ต้องดิ้นรนเพื่อธำรงลูกค้ารายใหญ่ไว้ แท้ที่จริงแล้วก่อนที่ Enron ล้มละลาย ลูกค้ารายใหญ่บางรายเริ่มตีจาก Arthur Andersen แล้ว รายสำคัญได้แก่ Bank One ธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งนครชิคาโก ด้วยเหตุดังนี้ การเหนี่ยวรั้งมิให้ลูกค้ารายใหญ่ตีจาก จึงเป็นปัญหาเฉพาะหน้าของ Arthur Andersen

Arthur Andersen ลงทุนจ้าง Chlopak, Leonard, Schechter and Associates อันเป็นบริษัทลูกของ Omnicom Group Inc. เพื่อให้คำปรึกษาในการช่วยกอบกู้ Arthur Andersen ให้พ้นจากภาวะวิกฤติครั้งนี้ ยุทธวิธีหนึ่งก็คือ การตีพิมพ์คำโฆษณาเต็มหน้าหนังสือพิมพ์ เมื่อวันพุธที่ 16 มกราคม 2545 ยืนยันว่า Andersen Will Do What Is Right

กลุ่ม The Big Five ยืนอยู่ข้าง Arthur Andersen และช่วยประคับประคองมิให้สถานการณ์เลวร้ายลงไป เพราะทุกบริษัทล้วนมีประสบการณ์ความผิดพลาดในการตรวจสอบบัญชี และถูกฟ้องร้องจนต้องจ่ายเงินชดเชยความเสียหายจำนวนมากเหมือนกันทั้งสิ้น บรรษัทการบัญชีระหว่างประเทศกำลังอยู่ในกระบวนการแปรโฉมไปสู่บรรษัทผลิตบริการวิชาชีพ (Professional Services) โดยการลดความสำคัญของบริการการบัญชี และเพิ่มความสำคัญบริการการให้คำปรึกษา (Consulting Services) กระบวนการปรับเปลี่ยนดังกล่าวนี้มีมาตั้งแต่ทศวรรษ 2530 โดยมี Anderson Worldwide เป็นผู้นำ

ความเสียหายอันเกิดจากความผิดพลาดในการตรวจสอบบัญชี บริษัท Enron สร้างความง่อนแง่นทางการเงินแก่ Arthur Andersen อย่างแน่นอน หนทางที่จะอยู่รอดในทางธุรกิจก็แต่โดยการควบรวมกิจการหรือถูกครอบกิจการโดยบริษัทยักษ์ใหญ่บริษัทหนึ่งบริษัทใดในกลุ่ม The Big Five ทั้งนี้มีรายงานข่าวที่ยังไม่ยืนยันว่า Arthur Andersen อาจควบรวมกิจการกับ KPMG ปัญหามีอยู่ว่า จะจัดการหนี้สิน รวมตลอดภาระความเสียหายที่จะถูกฟ้องร้องในอนาคตของ Arthur Andersen อย่างไร

หมายหตุ

1. บทสัมภาษณ์ Roman L. Weil ดู Kirstin Downey Grimsley, Scandals Put Andersens Future at Risk, The Washington Post (January 16, 2002) ดู www.washingtonpost.com

2. บทสัมภาษณ์ Edward Kertz ดู Alex Berenson and Jonathan D. Glator, A Tattered Andersen Fights for Its Future, The New York Times (January 13, 2002) ดู www.nytimes.com

3. รายงานข่าวการล้มละลายของ Enron โปรดอ่าน The Fall of Enron, Business Week (December 17, 2001) และ Special Report : Enron-The Amazing Disintegrating Firm, The Economist (December 8, 2001) ประกอบกับเศรษฐทัศน์ของ Robert Kuttner, The Lesson of Enron : Regulation Isnt a Dirty World, Business Week (December 24, 2001)

4. รายงานข่าว Arthur Andersen จ่ายค่าปรับแก่ SEC ในกรณีการตรวจสอบบัญชี Waste Management ดู Top Accountant Fined $7m, BBC News (June 19, 2001) ดู www.bbc.co.uk

5. รายงานข่าว Arthur Andersen จ่ายเงินชดเชยความเสียหายแก่ผู้ถือหุ้น Sunbeam Corp ดู Kirstin Downey Grimsley, Scandals Put Andersens Future at Risk, The Washington Post (January 16, 2002) ดู www.washingtonpost.com

6. รายงานข่าวการสูญเสียลูกค้าของ Arthur Andersen ดู Andersen Fights to Retain Its Big Clients After Revelation, The Financial Times (January 11, 2002)

7. รายงานข่าวการโฆษณาในหนังสือพิมพ์เพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์ของ Arthur Andersen ดู Vanessa OConnell, Arthur Andersen Faces Its Role With Enron in Newspaper Ads, The Asian Wall Street Journal (January 18-20 2002)

8. รายงานข่าวการควบกิจการ Arthur Andersen กับบริษัทหนึ่งบริษัทใดในกลุ่ม The Big Five ดู Alex Berenson with Jonathan D. Glater, A Tattered Andersen Fights for Its Future, The New York Times (January 13, 2002)

9. พัฒนาการของธุรกิจการบัญชีระหว่างประเทศ โปรดอ่าน

รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจการบัญชีระหว่างประเทศ Corporate Thailand (ตุลาคม 2542)

รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ บริษัทบัญชีระหว่างประเทศบนเส้นทางแห่งการเปลี่ยนแปลง ผู้จัดการรายวัน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม 2543