FIFA กับ ISMM Group

การล้มละลายของ ISMM Group ในเดือนพฤษภาคม 2544 สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแก่ FIFA องค์กรโลกบาลของกีฬาฟุตบอล และทำให้เซ็ปป์ แบล็ตเตอร์ (Sepp Blatter) ประธาน FIFA เสื่อมเสียชื่อเสียง

ISMM Group ซึ่งมี ISL Worldwide เป็นเรือธง ประกอบธุรกิจหลักในการจัดการด้านการตลาดการกีฬา ฐานผลประโยชน์ของ ISMM Group อยู่ที่กีฬาโอลิมปิกและฟุตบอลโลกของ FIFA ISL Worldwide ทำหน้าที่ในการหาสปอนเซอร์และซัปพลายเออร์หลักให้องค์กรกีฬา และจัดการให้เช่าช่วงสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์ ISL Worldwide รับจัดการด้านการตลาดให้โอลิมปิกสากลมาแล้ว 5 สมัย (เริ่มต้นในปี 2527) และการแข่งขันฟุตบอลโลก 4 สมัย (เริ่มต้นในปี 2529)

ในเดือนธันวาคม 2540 ISL Worldwide บรรลุข้อตกลงกับ FIFA ในการจัดการด้านการตลาดฟุตบอลให้ FIFA ซึ่งครอบคลุมการแข่งขันฟุตบอลโลกทั้งในปี 2545 และ 2549 รวมตลอดจนการแข่งขันอื่นๆ ที่จัดในนาม FIFA นอกจากนี้ ISL Worldwide ยังมีสิทธิในการใช้ยี่ห้อ FIFA ในการหาผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ด้วย ในการนี้ ISL Worldwide ตกลงที่จะจ่ายผลตอบแทนแก่ FIFA เป็นจำนวน 1,400 ล้านฟรังสวิส (ประมาณ 826 ล้านดอลลาร์อเมริกัน) (Financial Times, April 17,2001)

ในเดือนมีนาคม 2544 ISMM Group แถลงว่า บริษัทอยู่ในฐานะล้มละลาย เนื่องจากหนี้สินมีมูลค่ามากกว่าทรัพย์สิน พร้อมกันนั้นก็ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อประวิงกระบวนการล้มละลายเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อหาผู้ซื้อบริษัท ทั้งนี้มีประมาณการว่า ISMM Group มีหนี้สินประมาณ 300 ล้านดอลลาร์อเมริกัน (Financial Times, May 24, 2001) โดยที่รายงานข่าวกระแสอื่นสูงกว่าตัวเลขนี้อีกเท่าตัว (BBC Sport, May 25,2001)

ISMM Group พยายามเจรจากับ Canal Plus ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจ Cable TV แห่งฝรั่งเศส ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Vivendi Group ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจโทรคมนาคมของโลก พร้อมๆ กับ RTL Group บริษัทลูกของ Bertelsmann ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจสื่อมวลชนและบันเทิง โดยหวังว่า Canal Plus จะร่วมกับ RTL Group ในการลงขันเงินจำนวน 100 ล้านฟรังสวิส เพื่อกอบกู้ฐานะของ ISMM Group แต่แล้วการเจรจา ซึ่งทำท่าจะบรรลุข้อตกลงได้ในเบื้องต้น กลับล้มเหลวในบั้นปลาย (Financial Times, May 18,2001)

การล้มละลายของ ISMM Group ทำให้ FIFA สูญเสียรายได้ประมาณ 17-23 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง ในขณะ UEFA ก็ต้องสูญรายได้ 14.4 ล้านปอนด์สเตอร์ลิงด้วย เนื่องจาก ISL Worldwide ดูแลการตลาดของการแข่งขันฟุตบอลยุโรป Euro 2000 และยังส่งรายได้ให้ UEFA ไม่ครบ (BBC Sport, May 1, 2001)

ความวัวมิทันหาย ความควายเข้ามาแทรก เมื่อปรากฏว่าเงินที่ ISL Worldwide ได้รับจากการขายสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์บางรายการล่องหนไป ดังกรณีที่สถานีโทรทัศน์ O Globo แห่งบราซิลจ่ายค่าสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์ล่วงหน้าแก่ ISL Worldwide จำนวน 75 ล้านฟรังสวิส (ประมาณ 30 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง) แต่มิได้ส่งต่อเข้าบัญชีของ FIFA โดยมีรายงานข่าวว่า อาจถูกผันเข้าบัญชีลับในสวิตเซอร์แลนด์ FIFA ยื่นคำร้องต่อศาลสวิสในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2544 เพื่อให้ไต่สวนการฉ้อราษฎร์บังหลวงใน ISMM Group

การล่องหนของเงินค่าสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์ที่ O Globo จ่ายให้แก่ ISL Worldwide มิใช่ความไม่ชอบมาพากลกรณีเดียวเท่านั้น การฉ้อราษฎร์บังหลวงในวงการฟุตบอลบราซิล จนถึงกับมีการอภิปรายและไต่สวนในรัฐสภาแห่งประเทศบราซิล มีผลกระทบต่อ FIFA ด้วย เพราะบริษัท Traffic ยักษ์ใหญ่ในธุรกิจการตลาดกีฬาในบราซิล ตกเป็น จำเลยสังคม เนื่องจากมีประพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตและประพฤติมิชอบ Traffic เป็นผู้จัดการด้านการตลาดของการแข่งขัน World Club Championship FIFA โดยเซ็ปป์ แบล็ตเตอร์ให้อำนาจสิทธิขาดแก่ Traffic ในเรื่องนี้ แต่ไม่มีใครมีโอกาสรับทราบรายละเอียดของสัญญาระหว่าง FIFA กับ Traffic และ FIFA ได้รับผลประโยชน์จาก Traffic มากน้อยเพียงใด ก็ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด

FIFA นิยมยึดโยงระบบความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์กับบริษัทผู้จัดการด้านการตลาด ระบบดังกล่าวนี้เริ่มก่อตัวเมื่อจาง ฮาเวอลานจ์ (Jaoa Havelange) สามารถโค่นเซอร์สแตนลีย์ เราส์ (Sir Stanley Rous) ขึ้นสู่ตำแหน่งประธาน 8ในปี 2517 ด้วยเหตุที่ฮาเวอลานจ์ให้สัญญากับภาคี FIFA ในอัฟริกาและอาเซียว่า ภูมิภาคเหล่านี้จะสามารถส่งทีมเข้าแข่งขัน World Cup รอบสุดท้ายได้มากขึ้น และจะได้รับเงินอุดหนุนด้านฟุตบอลจาก FIFA มากขึ้น ฮาเวอลานจ์ขึ้นนั่งเก้าอี้ประธาน FIFA ด้วยยุทธวิธีการหาเสียงดังกล่าวนี้

แต่เมื่อยึดครองตำแหน่งได้สมใจหมาย ฮาเวอลานจ์เริ่มเผชิญปัญหาในการหาเงินเพื่อแจกจ่ายแก่ภาคี FIFA ตามที่หาเสียงไว้ จังหวะนี้เองที่ฮอร์สต์ แดสเลอร์ (Horst Dassler) นายทุน Adidas ผู้ผลิตรองเท้ากีฬารายใหญ่ เข้ามาสัมพันธ์กับฮาเวอลานจ์ แดสเลอร์ช่วยฮาเวอลานจ์ในการหาสปอนเซอร์ จนฐานะการเงินของแดสเลอร์ ฮาเวอลานจ์ และ FIFA ดีขึ้นตามลำดับ จนท้ายที่สุด แดสเลอร์ก่อตั้งบริษัท ISL Worldwide ในปี 2525 เพื่อประกอบธุรกิจการตลาดกีฬา จนเติบใหญ่ขึ้นมาเป็น ISMM Group และล้มละลายไปในเดือนพฤษภาคม 2544

ระบบความสัมพันธ์ระหว่างแดสเลอร์กับฮาเวอลานจ์ ซึ่งกลายมาเป็นระบบความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์ระหว่าง ISL Worldwide กับ FIFA นับเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ ISL Worldwide สามารถยึด FIFA เป็นฐานผลประโยชน์ได้ ทั้งนี้เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไป ISL Worldwide จ่ายเงินใต้โต๊ะแก่ผู้บริหาร FIFA ด้วย

ในการพิจารณาข้อเสนอในการจัดการด้านการตลาดของการแข่งขัน FIFA World Cup 2002 ในปี 2538 แม้ว่า IMG (International Management Group) จะเสนอให้ผลประโยชน์แก่ FIFA สูงกว่าบริษัทใดๆ แต่ FIFA มิได้เลือก IMG หากยังยึดโยงอยู่กับ ISMM Group (หรืออีกนัยหนึ่ง ISL Worldwide) อันเป็นผลจากระบบความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์ที่มีมาช้านาน ในเวลานั้น ฮาเวอลานจ์เป็นประธาน FIFA และแบล็ตเตอร์เป็นเลขาธิการ แม้แดสเลอร์จะถึงแก่กรรมไปแล้วตั้งแต่ปี 2530 แต่แบล็ตเตอร์ยังสำนึกในบุญคุณของแดสเลอร์ที่ช่วยเกื้อหนุนให้ได้ตำแหน่งสำคัญใน FIFA นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวว่า แบล็ตเตอร์กินเงินเดือนจาก ISL Worldwide ด้วย

ISL Worldwide จำเป็นต้องยึด FIFA เป็นฐานผลประโยชน์อย่างมั่นคงมากขึ้น เพราะในเวลานั้น (2538-2539) กำลังสูญเสียผลประโยชน์ในกีฬาโอลิมปิก แบล็ตเตอร์มีส่วนช่วยเกื้อกูล ISL Worldwide อย่างยิ่ง แทนที่จะประกาศให้บริษัทธุรกิจการตลาดกีฬายื่นข้อเสนอผลประโยชน์สำหรับ FIFA World Cup 2002 กลับประกาศให้ยื่นข้อเสนอควบการแข่งขันฟุตบอลโลกสองครั้ง ทั้งในปี 2545 และ 2549 IMG เกือบจัดทำข้อเสนอไม่ทันกำหนดเวลา แต่ ISL Worldwide ไม่มีปัญหา เพราะเข้าใจกันโดยทั่วไปว่ารับรู้กำหนดเวลาก่อนบริษัทอื่นๆ

ในเดือนกรกฎาคม 2539 FIFA ประกาศให้ ISL Worldwide เป็นผู้จัดการด้านการตลาดของการแข่งขันฟุตบอลโลก ทั้งในปี 2545 และ 2549 ISL Worldwide ได้รับสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์นอกทวีปยุโรปด้วย ส่วนการถ่ายทอดโทรทัศน์ภายในทวีปยุโรป สิทธิดังกล่าวตกแก่ Host Broadcast Services (HBS) อันเป็นวิสาาหกิจร่วมทุนระหว่าง ISL Worldwide กับ Kirch Group แห่งเยอรมนี

ISL Worldwide และ HBS เมื่อจ่ายค่าสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์แก่ FIFA แล้ว ก็หารายได้ชดเชยด้วยการขายสิทธิการถ่ายทอดแก่สถานีโทรทัศน์ในประเทศต่างๆ เมื่อซื้อสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์ในราคาสูง ก็ต้องขายต่อในราคาสูง การกำหนดให้ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2545 ทำให้ต้นทุนการถ่ายทอดโทรทัศน์เพิ่มขึ้นจากปกติ เพราะใช้สนามแข่งขัน 20 สนามกระจายระหว่างประเทศเจ้าภาพทั้งสองเท่าๆ กัน ในขณะที่การแข่งขันฟุตบอลโลก France 98 มีสนามแข่งขันเพียง 12 สนาม การเพิ่มจำนวนสนามแข่งขันทำให้ต้องเพิ่มอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่สำหรับการถ่ายทอดโทรทัศน์ มิหนำซ้ำศูนย์การถ่ายทอดโทรทัศน์ระหว่างประเทศ (International Broadcast Centre) แทนที่จะมีเพียงศูนย์เดียว ก็ต้องมีถึงสองศูนย์ (เกาหลีใต้และญี่ปุ่น) การที่ต้นทุนการถ่ายทอดโทรทัศน์เพิ่มขึ้น โดยไม่จำเป็นเช่นนี้เป็นผลจากการเมืองภายใน FIFA นั้นเอง

ดังได้กล่าวแล้วว่า IMG พยายามรุกเข้าไปยึดพื้นที่ใน FIFA จาก ISMM Group แม้เซ็ปป์ แบล็ตเตอร์จะอำนวยการให้ ISMM Group ได้รับสิทธิการจัดการด้านการตลาดสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกทั้งในปี 2545 และ 2549 แต่เป็นเพราะแรงกดดันจาก IMG ทำให้ ISMM Group จำต้องจ่ายค่าสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์สูงถึง 2,800 ล้านฟรังสวิส สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกสองครั้ง กระนั้นก็ตาม ISMM Group ในปี 2539 ยังมองการณ์ดีว่า แม้จะต้องจ่ายค่าสิทธิการตลาดแก่ FIFA สูงเป็นประวัติการณ์ ก็ยังคาดว่าจะมีกำไรจาก World Cup 2002 สูงถึง 347 ล้านฟรังสวิส

การที่ ISMM Group และ Kirch Group ต้องจ่ายค่าสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์แก่ FIFA สูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้ผู้ซื้อสิทธิต่อจาก ISMM Group และ Kirch Group ต้องจ่ายค่าถ่ายทอดโทรทัศน์สูงตามไปด้วย กรณีดังกล่าวนี้เป็นเหตุให้ผู้อำนวยการ BBC ออกมารณรงค์วิพากษ์ FIFA ในการแข่งขันฟุตบอลโลก World Cup 1998 BBC และ ITV แห่งสหราชอาณาจักรจ่ายค่าสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์เพียง 4.5 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง แต่สำหรับ World Cup 2002 ต้องจ่ายสูงถึง 175 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง (เกือบ 40 เท่า???World Cup 1998)

การล้มละลายของ ISMM Group กระทบต่อ FIFA มากกว่าองค์กรกีฬาอื่นๆ เพราะ FIFA ผูกผลประโยชน์ของตนไว้กับ ISMM Group นอกจากการล่องหนของเงินค่าสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์ของ O Globo แห่งบราซิลแล้ว FIFA ก็ไม่มีข้อมูลว่า ISMM Group ทำสัญญากับสปอนเซอร์และซัปพลายเออร์หลักอย่างไรบ้าง และขายสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์แก่ใครแล้ว ในประการสำคัญ เมื่อ ISMM Group ถูกศาลแห่งสวิตเซอร์แลนด์สั่งให้ล้มละลาย อนาคตของ Host Broadcast Services จะเป็นอย่างไร เพราะ ISL Worldwide ถือหุ้นใน HBS ด้วย ทรัพย์สินของ ISMM Group จะต้องถูกนำออกขายทอดตลาด เพื่อนำรายได้ไปชำระคืนเจ้าหนี้

บรรดาสปอนเซอร์และสถานีโทรทัศน์ที่ติดต่อขอซื้อสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์ได้รับผลกระทบจากการล้มละลายของ ISMM Group ด้วย บริษัทเหล่านี้จ่ายเงินจำนวนหนึ่งแก่ ISMM Group ไปแล้ว เมื่อISMM Group ล้มละลายเสียเช่นนี้ ย่อมมีปัญหาว่า ฐานะการเป็นสปอนเซอร์และสิทธิในการถ่ายทอดโทรทัศน์จะยังคงดำรงอยู่ตามข้อตกลงที่ทำกับ ISMM Group หรือไม่

FIFA แก้ปัญหาอันเกิดจากการล้มละลายของ ISMM Group ด้วยการจัดตั้งบริษัทการตลาดของตนเอง โดยตั้งชื่อว่า FIFA Marketing SA (soccernet.com April 20, 2001) แต่เซ็ปป์ แบล็ตเตอร์ก็ถูกวิพากษ์เป็นอันมาก เมื่อ FIFA Marketing SA รับโอนพนักงานจาก ISL Worldwide จำนวน 65 คน มิหนำซ้ำยังใช้อาคารของ ISL Worldwide เป็นสำนักงานอีกด้วย

นอกจากการจัดตั้งบริษัทการตลาดของตนเองแล้ว FIFA ยังวางแผนที่จะระดมทุนจากตลาดทุนระหว่างประเทศ ด้วยการออกพันธบัตรไปขาย โดยใช้รายได้จากการขายสิทธิการจัดการด้านการตลาดของการแข่งขันฟุตบอลโลกหนุนหลังพันธบัตรที่นำออกขาย ในปัจจุบัน FIFA แก้ปัญหาสภาพคล่องด้วยการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน

ท้ายที่สุด FIFA ตัดสินใจให้ Kirch Group เป็นผู้จัดการสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์แทน ISMM Group ทั้งนี้เป็นที่เข้าใจว่า Kirch Group รับผิดชอบการแข่งขันฟุตบอลโลก ทั้งในปี 2545 และ 2549 รวมตลอดจนการแข่งขันฟุตบอลรายการอื่นๆ ของ FIFA ด้วย

หมายเหตุ

1. ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับฟุตบอลโลกและ FIFA โปรดอ่าน Guy Oliver, The Guinness Book of World Soccer. Second Edition. (London : Guinness Publishing, 1995)

2. ข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่าง ISL Worldwide กับ FIFA รวมตลอดจนการแย่งชิงตำแหน่งประธาน FIFA ของจาว ฮาเวอลานจ์ และความสัมพันธ์ระหว่างฮาเวอลานจ์กับแดสเลอร์ โปรดอ่าน John Sugden and Alan Tomlinson, Great Balls of Fire : How Big Money Is Hijacking World Football (Edinburgh : Mainstream Publishing, 1999)

3. เหตุใด IMG จึงมิได้เป็นผู้จัดกการด้านการตลาดของการแข่งขัน FIFA World Cup 2002 โปรดอ่าน Andrew Jenning and Neil Wilson, A Tale of Greed and the Men Who Sold the World Cup, soccernet.com (April 20, 2001)

4. ต้นทุนการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลโลก World Cup 2002 ที่เพิ่มขึ้น อันเป็นผลจากการเมืองภายใน FIFA โปรดอ่านรายงานของ Neil Wilson, TV Companies Stand to Lose Millions, soccernet.com (April 23, 2001)

5. รายงานข่าว BBC วิพากษ์ FIFA เกี่ยวกับค่าสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์ โปรดอ่าน BBC Boss Accuses FIFA Villains, BBC Spot (March 27, 2001) www.bbc.co.uk

6. รายงานข่าวเรื่อง FIFA Marketing SA จ้างพนักงานเก่าของ ISL Worldwide โปรดอ่าน Matthew Garraham, Cloud Hangs over FIFA, ft.com (May 31, 2001)

7. รายงานข่าว FIFA ตัดสินใจให้ Kirch Group จัดการสิทธิการถ่ายทอดโทรทัศน์ โปรดอ่าน David Owen, FIFA Set to Sign Kirch for World Cup Rights, fi.com (July 15, 2001)