การเมืองไทย บนเส้นทางสู่ระบบทวิพรรค หากไม่มีอุปสรรคอันมิได้คาดหมาย พรรคความหวังใหม่จะผนวกเข้ากับ พรรคไทยรักไทยภายในปี 2544 นี้ ผมไม่แน่ใจว่า จะขนานนามกิจกรรมการเมืองครั้งนี้อย่างไร เพราะพิจารณาแต่เพียงผิวเผิน ดูเหมือนว่าจะเป็นการควบรวมกิจการ หรือที่ภาษาธุรกิจ เรียกว่า Merger อันเป็นการผนวกกิจการตั้งแต่ 2 กิจการขึ้นไป เข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยที่ทั้งสองฝ่ายหรือ ทุกฝ่ายต่างมีศักดิ์ศรี เสมอเหมือนกัน มีการตีราคาทรัพย์สินของแต่ละฝ่ายและมีการตกลงกันว่า ภายหลังการผนวกกิจการ จะมีการแบ่งปันอำนาจและตำแหน่งการบริหาร อย่างไร การผนวกพรรคความหวังใหม่เข้ากับพรรคไทยรักไทยที่กำลังจะตกลงกันนี้ ดูเหมือนจะเป็นเช่นนี้ เพราะมีการตกลงกันล่วงหน้าแล้วว่า เลขาธิการ พรรคความหวังใหม่จะมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคไทยรักไทย แต่การที่ไม่มีข้อตกลงในการเปลี่ยนชื่อพรรคภายหลังการผนวกพรรค ดังเช่นการตั้งชื่อพรรคใหม่ว่า "ไทยรักไทย-ความหวังใหม่" ดุจเดียวกับบริษัท AOL-Time Warner ภายหลังการควบบริษัท American Online เข้ากับ บริษัท Time Warner สะท้อนให้เห็นฐานะอันไม่เสมอกันระหว่าง พรรคความ หวังใหม่กับพรรคไทยรักไทย โดยที่พรรคไทยรักไทยยังคงธำรงชื่อพรรคของ ตนต่อไป ส่วนพรรคความหวังใหม่กลายเป็น "สิ่งชำรุดทางประวัติศาสตร์" ซึ่ง แปรเป็นธุลีแห่งสังเวียนการเมืองไทยในไม่ช้า ข้อเท็จจริงข้างต้นนี้ ทำให้ผมค่อนข้างแน่ใจว่า การผนวกพรรคความ หวังใหม่เข้ากับพรรคไทยรักไทยมิใช่การควบกิจการ หรือ Merger หากแต่ เป็นการครอบกิจการ หรือ Take-over ซึ่งวงการธุรกิจมีคำที่ใช้อีกคำหนึ่งว่า Acquisition ผู้ชำนัญการการเมืองไทยต่างปักใจเชื่อว่า พรรคไทยรักไทยครอบพรรค ความหวังใหม่ กล่าวอย่างเฉพาะเจาะจงก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร "ซื้อ" พรรคความหวังใหม่ ราคาที่ "ซื้อ" จ่ายเป็นตำแหน่งทางกา รเมือง และเงินอุดหนุนการรณรงค์ทางการเมืองในการเลือกตั้งเดือนมกราคม 2544 ดังที่หัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์มักจะกล่าวกระแหนะกระแหนอยู่เนืองๆ ว่า ทั้งสองพรรค ใช้เงินกระเป๋าเดียวกัน มูลค่าทางการเมืองของพรรคความหวังใหม่ตกต่ำลงไปมากภายหลัง วิกฤติการณ์การเงินเดือนกรกฎาคม 2540 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความไร้ประ สิทธิภาพและความผิดพลาดในการบริหารของรัฐบาล พลเอกชวลิต ยงใจ ยุทธ มีส่วนนำมาซึ่งวิกฤติการณ์ดั งกล่าวอย่าง มิอาจปฏิเสธได้ อีกส่วน หนึ่งเป็นเพราะ "กระสุน" ของผู้นำพรรค ร่อยหรอ ในแง่นี้พรรคความหวัง ใหม่มิได้แตกต่างจากพรรคปวงชนชาวไทย และพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ มิ ได้แตกต่างพลเอกอาทิตย์ กำลัง เอก พลันที่ "กระสุน" ที่สะสมในยามเรือง อำนาจถูกใช้ไปในการประกอบกิจกรรมทางการเมือง จนเกือบหมดสิ้น พรรค การเมืองที่ตั้งมากับมือก็ต้องสลายเป็นเศษธุลี หากมิใช่เป็นเพราะเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ 2535 พรรคสามั คคีธรรมก็จะอยู่ในมรรควิถีเดียว กับ พรรคปวงชนชาวไทยและพรรคความหวังใหม่ แม้พรรคความหวังใหม่มิได้มี "ราคา" แพง อย่างน้อยในสายตา พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร แต่การซื้อและขายพรรคมิอาจกระทำได้โดยง่ายภ ายในพรรค ความหวังใหม่เอง มีแรงต่อต้านการ "ขาย" พรรค แม้การต่อต้านจะอ่อนพลัง เมื่อกลุ่มนายสุชาติ ตันเจริญ และกลุ่ม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เออออห่อหมก ด้วย คงเหลือแรงต่อต้านจากกลุ่มนายชิงชัย มงคลธรรม และนายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ ภายในพรรคไทยรักไทย กลุ่มวังน้ำเย็น อันมีนายเสนาะ เทียนทอง เป็นผู้นำ ก็ต่อต้านการ "ซื้อ" พรรคความหวังใหม่ ดังเป็นที่ทราบกันโดย ทั่วไปว่า กลุ่มวังน้ำเย็นกลายเป็น "ขุนพลพเนจร" และต้องโคจรจากพรรคความหวังใหม่ เนื่องเพราะความขัดแย้งและความเป็นปรปักษ์ในพรรคนั้น พรรคไทยรักไทยถีบตัวเป็นอภิมหาพรรค ด้วยการยึดกุม ยุทธ ศาสตร์การเติบโตภายนอก (External Growth) และใช้ยุทธวิธี M&A (Merger and Acquisition) แม้ในชั้นต้น กลุ่มก่อตั้งพรรค จะประกอบด้วยสมาชิกเก่าของพรรคพลังธรรม ซึ่งแม้จะมิใช่พลังการเมืองอันบริสุทธิ์ แต่ก็มีอุดม การณ์ในระดับหนึ่ง ในเวลาต่อมา พ.ต.ท.ทักษิณ ก็กวาดกลุ่มการเมืองกลุ่ม ต่างๆ เข้ามาร่วมพรรค จนไทยรักไทยกลายเป็นพรรค "ร้อยพ่อพันแม่" ภาย หลังการเลือกตั้งเดือนมกราคม 2544 และการจัดตั้งรัฐบาลในเดือนต่อมา ไม้กวาด "ชินวัตร" ก็กวาดพรรค เสรีธรรมเข้าพรรคไทยรักไทยด้วย หนังสือพิมพ์หลายฉบับรายงานต้องตรงกันว่า ภายหลังการครอบพรรค ความหวังใหม่แล้ว พรรคชาติพัฒนาเป็นเป้าหมายต่อไปของไม้กวาดยี่ห้อ "ชิน วัตร" โดยที่พรรคชาติไทยยืนกรานที่จะ ไม่ให้พรรคไทยรักไทยเข้าครอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ฝันที่จะได้เห็นการเมืองไทยระบบทวิพรรค (Bi-party System) อันเป็นความฝันเดียวกับสภาร่างรัฐธรรมนูญผู้ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 นักวิจารณ์การเมืองมักวิพากษ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานที่เป็น "เจ้าบุญ ทุ่ม" ผู้ใช้เงินในการกวาดกลุ่มและพรรคการเมืองต่างๆ เข้าพรรคไทยรักไทย พ.ต.ท.ทักษิณ หอบหิ้วจิตวิญญาณแห่ง M&A จากวงการธุรกิจมาสู่สังเวียน ก ารเมือง แต่น้อยคนนักที่จะหันไปวิเคราะห์กฎกติกาและโครงสร้างสิ่งจูงใจที่ แฝงอยู่ในรัฐธรรมนูญ ผมได้เสนอการวิเคราะห์เป็นลายลักษณ์อักษร และ อภิปรายในที่สาธารณะหลายต่อหลายครั้งว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มี อคติว่าด้วยขนาดของพรรคการเมือง โดยมีฐานคติว่า พรรคใหญ่ดีกว่า พรรคเล็ก ดังนั้น จึงมีบทบัญญัติที่เกื้อกูลพรรคการเมืองขนาดใหญ่ พร้อมๆ กับการลงโทษพรรคการเมืองขนาดเล็ก รัฐธรรมนูญฉบับ ปี 2540 เสริมสร้างอคติดังกล่าวนี้มากยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยการออกแบบระบบการ เลือกตั้งให้มีการเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อพรรค (Party List) โดยที่พรรคที่ ได้คะแนนเสียงเลือกตั้งน้อยกว่า 5% ของจำนวนคะแนนเ สียงรวมทั้งประเทศ จะไม่มีผู้แทนในสภาผู้แทนราษฎรตามระบบบัญชีรายชื่อพรรค (มาตรา 100) การซื้อนักการเมืองที่มีศักยภาพในการชนะการเลือกตั้ง เมื่อขยาย ขนาดของพรรคมีมาก่อนการก่อตั้งพรรคไทยรักไทยแล้ว การซื้อนักการเมือง ทั้งมุ้งก็มีมาก่อนแล้วเฉกเช่นเดียวกัน อคติว่าด้วยขนาดของพรรคการเมือง ซึ่งแฝงอยู่ในรัฐธรรมนูญ มีสิ่งจูงใจที่จะผลักดันให้พรรคการเมืองเติบโตด้วย การควบและครอบกลุ่มหรือพรรคการเม ือง (M&A) มากกว่าการเติบโตจาก ภายใน (Internal Growth) ด้วยการ "ผลิต" นักการเมืองของตนเอง พ.ต.ท. ทักษิณในฐานะอภิมหาเศรษฐีตอบสนองต่อสิ่งจูงใจที่แฝงอยู่ในรัฐธรรมนูญรุน แรงยิ่งกว่าผู้นำพรรคการเมืองใดๆ การเติบโตด้วยยุทธวิธี M&A ยิ่งทำให้ พรรคไทยรักไทยขยายใหญ่ยิ่งขึ้นไปอีก เพราะได้ประโยชน์จากการเลือกตั้ง ระบบบัญชีรายชื่อพรรค ซึ่งเกื้อกูลให้พรรคการเมืองขนาดใหญ่มีตัวแทนใน สภาผู้แทนราษฎรมากกว่าสัดส่วนอันสมควร (Overrepresentation) ด้วยยุทธวิธี M&A ของพรรคไทยรักไทยในไม่ช้าการเมืองไทย ก็ "พัฒนา" สู่ระบบทวิพรรค สมดังเจตนารมณ์ของ ส.ส.ร.และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คำถามพื้นฐานมีอยู่ว่า ระบบทวิพรรค (Bi-party System) ดีกว่าระบบ พหุพรรค (Multi-party System) อย่างไร ภายใต้ระบบทวิพรรค เสรีภาพในการเลือก (Freedom of Choice) ของประชาชนมีน้อยลง นวัตกรรมด้านนโยบาย (Policy Innovation) อาจมี น้อยลงด้วย เนื่องจากขาดพลังการแข่งขันระหว่างพรรคการเมือง บรรดาประเทศที่มีระบบทวิพรรค ล้วนมีแรงกดดันให้ปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบพหุพรรค เพราะประชาชนต้องการทางเลือกมากไปกว่าที่เสนอ โดยพรรคขนาดใหญ่ เพียง 2 พรรค ด้วยเหตุดังนี้ พรรคปฏิรูป (Reform Party) และพรรคสิ่ง แวดล้อม (Green Party) จึงก่อเกิดเป็นทางเลือกของประชาชนในประเทศต่างๆ เสถียรภาพทางการเมืองภายใต้ระบบทวิพรรคมิได้ดีไปกว่าระบบพหุ พรรค แม้การจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว (Single-Party Government) ภายใต้ ระบบทวิพรรคมีโอกาสเป็นไปได้มากกว่าภายใต้ระบบพหุพรรค แต่พรรคที่ เติบใหญ่ด้วยยุทธวิธี M&A ย่อมต้องมีความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมือง ต่างๆ ภายในพรรคเดียวกัน ความขัดแย้งภายในพรรคจะเป็นปัจจัยที่สั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาล รัฐบาลผสม (Coalition Government) ภายใต้ระบบพหุพรรคเผชิญปัญหาเสถียรภาพ เมื่อมีความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล การเติบใหญ่ของพรรคด้วยวิธี M&A ช่วยแปรความขัดแย้งระหว่างพรรค ไปเป็นความขัดแย้ง ระหว่างกลุ่มภายในพรรคเดียวกัน ผมไม่แน่ใจว่า สังคมการเมืองไทยจะมี "สุขภาพ" ดีได้อย่างไร หากการ เติบใหญ่ของพรรคการ เมืองเกิดจากอำนาจซื้อ มิได้เกิดจากฐานอุดมการณ์ ในสังคมการเมืองที่มีนายทุนใหญ่ทางการเมืองหลายคน การเติบใหญ่ ของพรรคการเมืองต่างๆ ย่อมขึ้นอยู่กับดุลแห่งอำนาจซื้อระหว่างนายทุนการ เมืองเหล่านั้น พรรคการเมืองใดที่นายทุนมีอำนาจซื้อถดถอย พรรคการเมือง นั้นย่อมต้องหดตัวลง ส่วนพรรคการเมืองที่จะมีอนาคตใหญ่ขึ้นได้ นายทุน ของพรรคนั้น จักต้องมีอำนาจซื้อสัมพัทธ์มากกว่านายทุนพรรคอื่นๆ ในสังคมการเม ืองที่มีนายทุนใหญ่ทางการเมืองเพียงคนเดียว ขนาดสัมพัทธ์ของพรรคการเมืองที่มีนายทุนใหญ่หนุนหลังย่อมขยายใหญ่ขึ้น โดยที่พรรคการเมืองอื่นรอวันอับเฉา หากไม่มีเหตุปัจจัยที่จะทำลายอำนาจซื้อของนาย ทุนใหญ่ด ังกล่าว สังคมการเมืองนั้นย่อม "พัฒนา" ไปสู่ระบบเอกพรรค (One-Party System) ปรากฏการณ์ที่ไม้กวาดยี่ห้อ "ชินวัตร" จะกวาดบางภาค ส่วนของ ประชาธิปัตย์เข้าพรรคไทยรักไทยเป็นเรื่องไม่นานเกินรอ อัน เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 ซึ่งยึดฐานคติ "พรรคใหญ่ดีกว่าพรรคเล็ก"
หมายเหตุ 1. การถีบตัวเป็นอภิมหาพรรคของพรรคไทยรักไทย โปรด อ่าน รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ "ไทยรักไทยในฐานะอภิมหาพรรค" ผู้จัด การรายวัน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ 2544 2. อคติว่าด้วยขนาดของพรรค (Size Bias) ที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ โปรดอ่าน รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ "อคติว่าด้วยขนาดของพรรคการเมือง" ผู้ จัดการรายวัน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 15 กุมภาพันธ์ 2544 3. เหตุใดการเลือกตั้งระบบบัญชีรายชื่อพรรคจึงเกื้อกูลให้ พรรคขนาดใหญ่มีตัวแทนเกินกว่าที่สมควร (Over representation) และพรรคการ เมืองขนาดเล็กมีตัวแทนน้อยกว่าที่สมควร (Under- representation) โปรดอ่าน รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ "Party List" ผู้จัดการรายวัน ฉบับวัน พฤหัสบดีที่ 19 เมษายน 2544